r
watpanamjone2023-11-29T18:10:47+07:00

ประวัติความเป็นมา

เมื่อปลายปีพ.ศ. 2532 ข้าพเจ้าได้รู้จักพระธุดงค์รูปหนึ่งโดยการแนะนำของเพื่อนครูด้วยกัน เมื่อข้าพเจ้าได้รู้จักและได้ฟังธรรมจากท่านแล้วก็เกิดความเลื่อมใสศรัทธาท่านมาก เพราะทำให้ข้าพเจ้ามีความเข้าใจ และเลื่อมใสในศาสนาพุทธมากยิ่งขึ้น แต่การที่จะได้พบและฟังธรรมจากท่านนั้น ก็เป็นเรื่องที่ลำบากมากเพราะสถานที่ ๆ ท่านอยู่ล้วนแต่เป็นที่อยู่ไกล ๆ ทั้งนั้น ดังนั้น..

ธรรมะพระอาจารย์

สวดปาฏิโมกข์​ ภาษามคธ​ สำเนียงอีสาน (Recitation of the Patimokkha)

Dust in the wind@วัดป่าน้ำโจน (ภาพข้อวัตรและบรรยากาศวัดป่าน้ำโจน)

Everything is dust in the wind
“ทุกสรรพสิ่งเป็นเพียงแค่ธุลีในสายลม”

รายการคลิกใจให้ธรรม

“เห็นทุกข์…เห็นธรรม”

วิถีทางแห่งมรรค

In quest of the Path

รุกขมูลเสนาสนัง เมื่อบวชแล้วท่านจงไปอยู่ในป่า ในเขา ในถ้ำ ในหุบ ในเหว ป่าช้ารกชัฏบ้านร้างเรือนว่าง เพื่ออาศัยสถานที่อันสงบสงัดนั้นทำที่สุดแห่งทุกข์เถิด… Rukkhamulasenasana Having been ordained, a bhikkhu shoued dwell in a Forest, on the mountain, in the cave, in the valley, in the abyss, in the graveyard, in a wilderness or in a deserted house in order to stay in such a quiet place so as to make the end of suffering…

“ ภาวนา…เจียระไนสมอง ”

พ่อแม่ครูบาอาจารย์ท่านมักจะพูดเรื่องสติตามดูจิต..แล้วเด็กรุ่นใหม่ก็ไม่ค่อยจะรู้ (เด็กรุ่นใหม่อาจจะยังไม่เข้าใจ)..ซึ่ง “จิตธรรมดาของคนมีกิเลส” สัตว์ที่มีกาม..อยู่ในกามวจร อยู่ในโลกแห่งกามภพ ยังเกาะเกี่ยวอยู่ในกาม…จะมี “สมองส่วนสัญชาตญาณ” เยอะ..เราก็มี..สัตว์เดรัจฉานก็มี..ซึ่งคือสมอง “Amygdala” เป็นสมองส่วนที่ปรุงแต่งเรื่องอารมณ์ …ส่วน “Prefrontal cortex” คือสมองส่วนใหญ่ของสัตว์ชั้นสูง..คือคนเรานี้แหล่ะ..แล้วสมองส่วนนี้เป็นสมองส่วนคิดที่มีคุณภาพเพราะมีศักยภาพในการวิเคราะห์ ตรึกตรอง ใคร่ครวญ ยับยั้ง แล้วค่อยตัดสินใจ…คือศักยภาพมันมีแต่คุณภาพยังไม่ถึง..คำตอบของคำถามทำไมต้องมา “นั่งภาวนา”…ก็เพื่ออัพเลเวล “คลื่นความถี่ของสมอง” Prefrontal cortex นี้ให้มีคุณภาพที่ดี..ที่สูง…มันถึงจะสามารถควบคุม (control) Amygdala ได้เท่าทัน…เดี๋ยวนี้คุณภาพมันต่ำ..มันก็เลยผลิตแต่ตรรกะหนุน Amygdala ที่จะไปทำเรื่องราวต่าง ๆ ตามสัญชาตญาณเดิมของกิเลส ที่ไม่ดี…อย่างการคอรัปชั่น ก็ไม่ได้ละเมอไป..จะไปปล้น..ก็ไม่ได้ละเมอไป..มันต้องผ่านการคิดวางแผนไว้แล้ว…ในการคิดวางแผนจะใช้ส่วนไหน…ถ้าไม่ใช้ส่วน Prefrontal cortex…แล้วตามส่วนไหน..ถ้าไม่ตาม Amygdala ส่วนสัญชาตญาณ..ในการแสวงหากิน กาม เกียรติและก็ระแวงภัย

…สรุปให้พอเข้าใจได้ง่าย ๆ ก่อน …จิตที่ยังมีกิเลส ก็คือความรู้สึกจากสมองส่วน Amygdala…ส่วนสติ ก็คือความรู้สึกจากสมองส่วน Prefrontal Cortex…ในการมานั่งภาวนานี้ก็เพื่ออัพเลเวลคลื่นความถี่ของสมอง Prefrontal cortex นี้แหล่ะ…ก็เหมือน “เพชร” คุณสมบัติของเพชรมันแข็ง..แต่การจะใช้งานในบริบทไหนจะต้อง “เจียระไน” ก่อนนะ..มันถึงจะใช้ประโยชน์ได้คุ้มค่า…ถ้าจะเอาไปทำหัวเจาะก็ต้องเจียระไนให้มันแหลม..จะทำเครื่องประดับก็ต้องเจียระไนให้มันเป็นเหลี่ยมหลากหลาย..ซึ่งมันทำได้ มันเจียระไนได้เพราะคุณสมบัติของเพชรมันแข็ง..แต่ต้องผ่านเจียระไนก่อนถึงจะได้ประโยชน์สูงสุด..ก็เหมือนกันเกิดมาเป็นคน..มีสมองส่วนคิดอันล้ำเลิศอยู่แล้ว…ถ้ามีคุณภาพ ถึงที่สุดก็สามารถทำตัวเองให้พ้นทุกข์ได้…คำตอบของคำถามทำไมต้องมานั่งภาวนากัน..ก็เหมือนเอาเพชรไปเจียระไนนั่นแหล่ะ…

ส่วนหนึ่งของการแสดงธรรมโดย
ท่านพระอาจารย์อังคาร อัคคธัมโม
ณ ระเบียงรมณีย์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
วันที่ 25 พฤศจิกายน 2565

“มันก็แค่ความรู้สึก”

“…ไม่ว่าคุณจะรัก หรือ ชัง…ไม่ว่าคุณจะชอบ หรือ เกลียด…ไม่ว่า คุณจะดีใจ หรือ เสียใจ…ไม่ว่าคุณจะทุกข์ หรือ สุข…มันก็เป็นแค่ความรู้สึกที่ผ่านมาแล้วก็จะต้องผ่านไปเท่านั้นแหละ…IT’S JUST THE FEELINGS…”

— ท่านพระอาจารย์อังคาร อัคคธัมโม —

“IT’S JUST THE FEELINGS”

“…Even though, you love or hate, like or dislike, glad or sad, whether, you are relax or suffering happy or unhappy, it’s just the feelings that come and pass away…IT ‘S JUST THE FEELINGS. …”

∑F = 0 (สมดุลสถิต)

เมื่อ ∑F = 0…ในทางฟิสิกส์..วัตถุไม่เคลื่อนไหว..ในพุทธศาสนา..
“กิเลสอย่างหยาบ” ไม่เคลื่อนไหว… ไม่มีแรงกระทำก็ไม่มีความเร่ง… จึงไม่มีอดีต..ไม่มีอนาคต..ไม่มีรัก..ไม่มีชัง..ในขณะนั้น..ไม่มีงานก็ไม่มีพลังงาน..คือการอนุรักษ์พลังงาน..นั่นแหละ..สภาวะ “สมาธิ” ของศาสนาพุทธล่ะ… “รู้เด่นอยู่ภายในแต่เพียงอย่างเดียว”

— ท่านพระอาจารย์อังคาร อัคคธัมโม —

บรรยากาศภายในวัด

วัดป่าน้ำโจนเป็นสถานที่สัปปายะ คือ มีความเหมาะสมในการปฏิบัติธรรม เจริญสมาธิภาวนา บริเวณวัดเป็นป่าร่มรื่นและสงบ มีคนเข้า ออกน้อยมากเสนาสนะที่นี่มีแต่พอเพียง และจัดให้กลมกลืนกับธรรมชาติ กุฏิแต่ละกุฏิจะแยกกันอยู่ห่างกันพอสมควร มีความสงัดวิเวกเป็นส่วนตัว เหมาะแก่การบำเพ็ญเพียรเจริญสมาธิ

ขอเชิญสาธุชนและคณะศิษยานุศิษย์ร่วมบุญ

ผ้าป่าสามัคคีสร้างกำแพงวัดป่าน้ำโจน

วันที่ 17 ธันวาคม 2567 : ทอดผ้าป่าสามัคคี

ร่วมทำบุญรำลึกถึงผู้มีอุปการะคุณต่อวัด และอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลแด่ผู้ที่ล่วงลับ

ภาควิสัญญีวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

...ท่านพระอาจารย์อังคาร อัคคธัมโม วัดป่าน้ำโจน อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก...เมตตานำนั่งภาวนาและแสดงธรรม ตามคำกราบนิมนต์ของผศ.นพ.ปรก เหล่าสุวรรณ์ ฝ่ายวิสัญญีวิทยา โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ [...]

ชุมนุมพุทธธรรมกรรมฐาน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

...ท่านพระอาจารย์อังคาร อัคคธัมโม วัดป่าน้ำโจน อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก เมตตานำนั่งภาวนาและแสดงธรรม ณ ชุมนุมพุทธธรรมกรรมฐาน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ [...]

วัดปทุมวนาราม มูลนิธิธรรมดี-พฤศจิกายน

...ท่านพระอาจารย์อังคาร อัคคธัมโม วัดป่าน้ำโจน อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก เมตตานำนั่งภาวนาและสนทนาธรรม ตามคำกราบนิมนต์ของดร.ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานมูลนิธิธรรมดี [...]

ผ้าป่าสามัคคีสร้างกำแพงวัดป่าน้ำโจน

ขอเชิญสาธุชนและศิษยานุศิษย์ร่วมบุญ ผ้าป่าสามัคคีประจำปี 2566 เพื่อสร้างกำแพงล้อมวัดให้แล้วเสร็จตามเจตนารมย์ของพระอาจารย์อังคาร อัคคธัมโม วัดป่าน้ำโจน [...]

Go to Top