watpanamjone2022-12-01T10:09:44+00:00

ประวัติความเป็นมา

เมื่อปลายปีพ.ศ. 2532 ข้าพเจ้าได้รู้จักพระธุดงค์รูปหนึ่งโดยการแนะนำของเพื่อนครูด้วยกัน เมื่อข้าพเจ้าได้รู้จักและได้ฟังธรรมจากท่านแล้วก็เกิดความเลื่อมใสศรัทธาท่านมาก เพราะทำให้ข้าพเจ้ามีความเข้าใจ และเลื่อมใสในศาสนาพุทธมากยิ่งขึ้น แต่การที่จะได้พบและฟังธรรมจากท่านนั้น ก็เป็นเรื่องที่ลำบากมากเพราะสถานที่ ๆ ท่านอยู่ล้วนแต่เป็นที่อยู่ไกล ๆ ทั้งนั้น ดังนั้น..

อ่านประวัติ

ธรรมะพระอาจารย์

สวดปาฏิโมกข์​ ภาษามคธ​ สำเนียงอีสาน (Recitation of the Patimokkha)

Dust in the wind@วัดป่าน้ำโจน (ภาพข้อวัตรและบรรยากาศวัดป่าน้ำโจน)

Everything is dust in the wind
“ทุกสรรพสิ่งเป็นเพียงแค่ธุลีในสายลม”

วิถีทางแห่งมรรค

In quest of the Path

รุกขมูลเสนาสนัง เมื่อบวชแล้วท่านจงไปอยู่ในป่า ในเขา ในถ้ำ ในหุบ ในเหว ป่าช้ารกชัฏบ้านร้างเรือนว่าง เพื่ออาศัยสถานที่อันสงบสงัดนั้นทำที่สุดแห่งทุกข์เถิด… Rukkhamulasenasana Having been ordained, a bhikkhu shoued dwell in a Forest, on the mountain, in the cave, in the valley, in the abyss, in the graveyard, in a wilderness or in a deserted house in order to stay in such a quiet place so as to make the end of suffering…


อ่านต่อ

“ ภพ ”

“…จุด ๆเดียวโดยลำพังมันก็จะไม่มีความหมายอะไรมากมาย..สำหรับคนธรรมดาสามัญโดยทั่ว ๆไปอย่างเรา ๆท่าน ๆทั้งหลาย…แต่สำหรับท่านผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานแล้ว..ท่านรู้ดีว่านี่คือจุดเริ่มต้นของความหมายของ “สมมติ” ….ยกตัวอย่างเช่น…ถ้ามีเส้นรังสีออกไปจากจุดนี้หนึ่งเส้น..ก็เรียก “เส้นตรง” แล้ว…ถ้าออกจากจุด ๆเดียวสองเส้น..ก็เรียก “มุม” แล้ว…แล้วถ้ายิ่งหลาย ๆ เส้น..ก็จะเป็นหลายมุมแล้ว..ยิ่งหลายมุมยิ่งหลายความหมาย ยิ่งหลากหลายความวุ่นวาย…ทั้งมุมแหลม มุมป้าน มุมฉาก มุมประชิด..อิรุงตุงนังวุ่นวายไปหมด…

ในแง่ของศาสนา..เปรียบจุดนั้นคือ “ภพ” (ที่เกาะเกี่ยวของ “จิต” ซึ่งหมายถึงธาตุรู้) ตราบที่ยัง “หลง” อยู่…เส้นรังสีหลายเส้นที่แผ่ออกไปจากจุดนี้ ในวิชาเรขาคณิตคือ “มุม”…ในความเห็นส่วนตัวของเราก็คือ “มุมมอง” หรือความเห็นของแต่ละคนนั่นแหละ ภาษาธรรมก็คือ “สักกายทิฏฐิ”…ต่างคนต่างมีความเห็นมุมมองของตัวเองเป็นจริงเป็นจัง มันก็เลยทำให้เราวุ่นวายอยู่กับโลกสมมติที่ซับซ้อนวุ่นวายนี้ ตามกำลังความหลงของแต่ละคน…หลงมากก็ทุกข์มาก หลงน้อยก็ทุกข์น้อย ถ้าไม่หลงเลยก็เป็น ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน..ตามพระพุทธเจ้าผู้เป็นพระศาสดาผู้นำล่องไปแล้ว…และก็พยามบอกสอนกรรมวิธีที่จะเข้าไปสู่สภาวะนี้ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์หลังจากตรัสรู้แล้ว ด้วยพระเมตตา พระกรุณา..ไม่ได้รับจ้างพูด…อย่างที่พวกเราพยายามทำกันอยู่นี้แหละ กรรมวิธีที่จะเข้าไปสู่สภาวะพ้นทุกข์นั้น…หายใจเข้า พุท….หายใจออกโธ…พุท…โธ…ๆๆๆๆ…หรือจะบริกรรม พุทโธ ๆ ๆ ๆ..แต่เพียงอย่างเดียวโดยไม่ยุ่งกับลมหายใจเข้าออกก็ได้…นี่คือกรรมวิธี “ลบเส้นรังสี” หรือ “ลบแขนของมุม” นั่นแหละ…ลบไปเรื่อย ๆ ด้วยความอดทนอดกลั้นที่จะฝ่าฟันกับอุปสรรคต่าง ๆ จากมุมมองความหลงของตัวเอง..ทั้ง..ฟุ้งซ่าน ง่วงเหงาหาวนอน ทั้งลังเลสงสัย ทั้งเป็นเหน็บเจ็บปวด ฯลฯ…สารพัดทุกข์ที่จะรุมเร้า..ถ้ายังไม่ท้อไม่ถอยสักวันหนึ่งเมื่อเราสามารถลบเส้นรังสีหรือแขนของมุม “มุมมอง” ที่หลงของตัวเองนั่นแหละ..ซึ่งลบหมดเมื่อไหร่มันก็จะเหลือเพียงจุด ๆเดียวคือ “จุดยอดมุม”…มันก็จะไม่มีความหมายอะไรในขณะนั้น..ในศาสนาก็คือ “เอกคตารมณ์ เอกคตาจิต” คือจิตเดียว อารมณ์เดียว..ไม่มีอดีต..ไม่มีอนาคต..มีแต่ “รู้” อยู่หนึ่งเดียว…พยายามสร้างปัญญาหาทางฟันฝ่าไปให้ถึง “จุด” นี้ให้ได้ก่อนเถอะ…แล้วค่อยบ่มเพาะปัญญาที่จะลบ “จุดยอดมุม” นี้ซะ..ความเป็นอิสระที่แท้จริงจึงจะบังเกิด….เอวัง !…..”

โดย ท่านพระอาจารย์อังคาร อัคคธัมโม
ณ ระเบียงรมณีย์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
เมื่อ วันที่ 17 มิถุนายน 2565

“มันก็แค่ความรู้สึก”

“…ไม่ว่าคุณจะรัก หรือ ชัง…ไม่ว่าคุณจะชอบ หรือ เกลียด…ไม่ว่า คุณจะดีใจ หรือ เสียใจ…ไม่ว่าคุณจะทุกข์ หรือ สุข…มันก็เป็นแค่ความรู้สึกที่ผ่านมาแล้วก็จะต้องผ่านไปเท่านั้นแหละ…IT’S JUST THE FEELINGS…”

  • โดยท่านพระอาจารย์อังคาร อัคคธัมโม
  • เมื่อวันเสาร์ ที่ 9 พฤศจิกายน 2556

“IT’S JUST THE FEELINGS”

“…Even though, you love or hate, like or dislike, glad or sad, whether, you are relax or suffering happy or unhappy, it’s just the feelings that come and pass away…IT ‘S JUST THE FEELINGS. …”

∑F = 0 (สมดุลสถิต)

เมื่อ ∑F = 0…ในทางฟิสิกส์..วัตถุไม่เคลื่อนไหว..ในพุทธศาสนา..
“กิเลสอย่างหยาบ” ไม่เคลื่อนไหว… ไม่มีแรงกระทำก็ไม่มีความเร่ง… จึงไม่มีอดีต..ไม่มีอนาคต..ไม่มีรัก..ไม่มีชัง..ในขณะนั้น..ไม่มีงานก็ไม่มีพลังงาน..คือการอนุรักษ์พลังงาน..นั่นแหละ..สภาวะ “สมาธิ” ของศาสนาพุทธล่ะ… “รู้เด่นอยู่ภายในแต่เพียงอย่างเดียว”

  1. บางตอนในการบรรยายธรรม
  2. โดย… ท่านพระอาจารย์อังคาร อัคคธัมโม

อ่านธรรมะ

บรรยากาศภายในวัด

วัดป่าน้ำโจนเป็นสถานที่สัปปายะ คือ มีความเหมาะสมในการปฏิบัติธรรม เจริญสมาธิภาวนา บริเวณวัดเป็นป่าร่มรื่นและสงบ มีคนเข้า ออกน้อยมากเสนาสนะที่นี่มีแต่พอเพียง และจัดให้กลมกลืนกับธรรมชาติ กุฏิแต่ละกุฏิจะแยกกันอยู่ห่างกันพอสมควร มีความสงัดวิเวกเป็นส่วนตัว เหมาะแก่การบำเพ็ญเพียรเจริญสมาธิ

ผ้าป่าสามัคคีสร้างกำแพงล้อมวัด

ตุลาคม 24th, 2022|

ประมวลภาพทำบุญผ้าป่าสามัคคีสร้างกำแพงล้อมวัด นำโดย...คุณนพรัชต์ เกิดชัง (คุณแม่มุกดา) หจก.ชินสินถาวรก่อสร้าง, โกดังพิษณุโลก แม่มุกกรุ๊ป และ อาจารย์สุนทรี ผลวิวัฒน์ รองคณบดีคณะนิเทศศาสตร์ [...]

The BlueSky Resort@Hua Hin

กรกฎาคม 29th, 2022|

...ท่านพระอาจารย์อังคาร อัคคธัมโม วัดป่าน้ำโจน ต.พันชาลี อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ได้เมตตานำปฏิบัติภาวนาที่ The BlueSky Resort @ [...]

บ้านพลตรีสมบูรณ์และโปรดญาติโยมชาวบุรีรัมย์

กรกฎาคม 11th, 2022|

ท่านพระอาจารย์อังคาร อัคคธัมโม วัดป่าน้ำโจน ต.พันชาลี อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ได้เมตตาไปโปรดที่บ้านของพล.ต.สมบูรณ์ ณ หนองคาย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ ๒๖ [...]

Go to Top