ท่านพระอาจารย์อังคาร อัคคธัมโม
วัดป่าน้ำโจน จังหวัดพิษณุโลก…
ได้เมตตานำปฏิบัติภาวนา – แสดงธรรม
The blue sky เขาค้อ จ.เพชรบรูณ์
เมื่อ วันที่ 6-9 พฤศจิกายน 2564 ขออนุโมทนาบุญกับทุก ๆ ท่านด้วยค่ะ ขอให้ท่านเจริญรุ่งเรืองทั้งทางโลกและทางธรรมยิ่ง ๆ ขึ้นไปนะคะ

คณะผู้บริหาร
The BlueSky resorts & The BlueSky Property

พระอาจารย์ได้เมตตาเดินชมบริเวณต่าง ๆ ของรีสอร์ท

พระอาจารย์เมตตาถ่ายรูปร่วมกับคณะลูกศิษย์ ที่ติดตามไปพักภาวนา

ท่านพระอาจารย์…ได้นำนั่งภาวนา 3 ชั่วโมง…
… ตั้งแต่เวลา 18.00 น. จนถึงเวลา 21.00 น.

กางเต้นท์นั่งภาวนา…ริมระเบียง

คุณยายนันทนา นาคอินทร์ (ขวามือ)

ผู้ก่อตั้ง “วัดป่าน้ำโจน “

คุณภาคิณ หริณวรรณ (นักบิน สายการบินไทยสมาย)

และ คุณสุพรรณี วิจิตรจรัสแสง

พระอาจารย์สนทนาธรรมกับญาติโยม…ด้วยความเป็นกันเอง

ผู้บริหาร
The BlueSky resorts & The BlueSky Property

คุณวินัย ภัทรประสิทธิ์ (อดีต ส.ส.) และ
คุณปิยนาฏ ภัทรประสิทธิ์

คุณสิทธิ์ ไตรบัญญัติกุล ผู้บริหาร บริษัท โตโยต้า ไทยเย็น จำกัด จ.นครราชสีมา

คุณณิรภา กุลวชิระธร เจ้าของกิจการ กูโรตีชาชัก @โคราช

รศ.ดร.ทิพรัตน์ วงษ์เจริญ
อาจารย์เกษียณและที่ปรึกษาธุรกิจอิสระ

ผศ.ดร.สุรพงษ์ พินิจกลาง
อาจารย์เกษียณและที่ปรึกษาธุรกิจอิสระ

ผศ.ระวีวรรณ แก้ววิทย์
อาจารย์คณะการสร้างเจ้าของธุรกิจและบริหารกิจการ และ เจ้าของธุรกิจแบรนด์ MeMie

ผศ.พญ.อินทิพร โฆษิตานุฤทธิ์ (หมอบัว)

วิสัญญีแพทย์

คุณสุดาพร พงศ์พีรวิญ์

ข้าราชการบำนาญพยาบาล

คุณกฤษณภัค อินทศรี

หัวหน้าหอผู้ป่วยวิกฤตหัวใจและหลอดเลือด

คุณราณี อรรณพานุรักษ์
ข้าราชการบำนา

คุณนิตยา แก้วตาทิพย์
หัวหน้าพยาบาลผ่าตัด

คุณกนกพร วิลาชัย
พยาบาล

อาจารย์ศุภฤกษ์ หนูเจริญ และ คุณพิราพรรณ หรรษา
เจ้าของบริษัท 802 ดิจิตอล มีเดีย จำกัด

หลังจากนั้น…พระอาจารย์ได้นำสวดมนต์ทำวัตรเย็น

คณะผู้บริหาร
The BlueSky resorts & The BlueSky Property

คณะผู้บริหาร
The BlueSky resorts & The BlueSky Property

คณะผู้บริหาร
The BlueSky resorts & The BlueSky Property

นพ.ยิ่งพันธ์ ธาราวัชรศาสตร์
จักษุแพทย์ รพ.พุทธชินราช

อ.อุราภรณ์ เชยกาญจน์
อาจารย์พยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครศรีธรรมราช กำลังศึกษาต่อระดับปริญญาเอก ปรัชญญาดุษฎีบัณฑิต สาขาพยาบาลศาสตร์ หลักสูตรนานาชาติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผศ.ดร.นายแพทย์ ปรก เหล่าสุวรรณ์
ฝ่ายวิสัญญีวิทยา รพ.จุฬาลงกรณ์
คุณจิรา เฉลียวเกรียงไกร
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่
ภญ.สุนิสา สังข์หล่อ
เภสัชกร
ภญ.ผกาวรรณ ธรรมใ
เภสัชกร
คุณอาทิตย์ ชีวณิชชากร
สถาปนิก
คุณขวัญเรือน วงษ์ไทย
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สำนักงานใหญ่
คุณฐิติรัตน์ เอี่ยมบาง และครอบครัว
เจ้าของโรงสีสินอุดมมงคล จ.สุพรรณบุรี
คุณนฤมล สุรเมธี
นักวิเคราะห์นโยบายและแผน สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
คุณนิชาวดี นิลยกานนท์
HR Nissan trading Thailand

คุณพลภัทร ชาญณรงค์

ผจก.ส่วนยานพาหนะและพัสดุ บริษัท LHFG

คุณชมนภัส ชาญณรงค์

นางดารณี อินกว่า
ภรรยา พล.ท บุญยืน อินกว่าง
ตำแหน่ง แม่ทัพน้อยที่ 3

คุณนพวรรณ ศูนยะคณิต
ภรรยา พ.อ.ปิยชาติ ศูนยะคณิต
ตำแหน่ง..รองเสนาธิการ กองทัพน้อยที่ 3

สาธุ…บุญกุศลใดหากเกิดขึ้นแล้วมีขึ้นแล้วแก่ข้าพเจ้านี้ ก็ขอให้สรรพสัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตาย อยู่ในวัฏสงสารนี้ทุกผู้ทุกคน ทุกรูปทุกนาม ทุกตัวทุกตนขอจงเป็นผู้มีส่วนแห่งบุญนี้ด้วย หากตกทุกข์ก็ขอให้พ้นจากทุกข์ ถ้าถึงสุขแล้วก็ขอให้สุขยิ่ง ๆ ขึ้นไป …สาธุ

ภาพมุมสูง…บริเวณปราสาทที่พระอาจารย์บิณฑบาตร

ญาติโยม…รอใส่บาตร ขอนุโมทนาบุญกับทุกท่านด้วยค่ะ สาธุๆ

คุณนันทกาญ พลซา (ซ้ายมือ)

ผู้แทนยา บ.เอฟซีพี จำกัด

คุณพัชรินทร์ ภัทรดิลก (คนที่ 2 จากซ้ายมือ)
ผู้แทนยา บ.ยูนีซัน จำกัด

คุณรังสิต ลันดา และ คุณกีรติญา นิธินันทาธร
ผู้แทนยา บริษัทแอ๊บบอต

ภาพมุมสูง…ขณะที่พระอาจารย์เดินรับบาตร

“อาจาริยวัตร”...อันงดงามของศิษย์สาย “วัดป่า” ที่ปฏิบัติต่อครูบาอาจารย์

บรรยากาศขณะญาติโยม…ทำบุญตักบาตร

กลุ่มนักการเมืองท้องถิ่นจังหวัดพิจิตร…ทำบุญตักบาตร

บรรยากาศของคณะลูกศิษย์ของ
ท่านพระอาจารย์อังคาร อัคคธัมโม…ทำบุญตักบาตร

...ทำข้อวัตรถ่ายบาตรครูบาอาจารย์...

สโนไวท์กับเจ้าชาย...มาทำบุญตักบาตรและถือโอกาสถ่ายรูปกับพระอาจารย์

"อาจาริยวัตร"...อันงดงามของศิษย์สาย "วัดป่า" ที่ปฏิบัติต่อครูบาอาจารย์

ฉันกาแฟยามเช้า...บนดาดฟ้า

ปัญญา / สัญญา

..."คุณหมอ" ย่อมจะเป็นผู้มีปัญญามากอยู่แล้ว...ไม่ยังงั้นจะสามารถรักษาคนไข้ได้รึ !!!...แต่เผอิญว่ามันเป็น "ปัญญา" ใน "สัญญา"...มันจึงยัง "ละ" ไม่ได้ "วาง" ไม่ได้ทั้ง ๆ ที่รู้...เนื่องจากมันเป็นแต่เพียงความ "รู้" ที่ "จำ" ไว้อาศัยเป็นข้อมูลเปรียบเทียบเท่านั้น ...ส่วน "ปัญญา" ของ "พระอริยเจ้า" นั้น เป็น"ปัญญา" ที่รู้แจ้งเห็นจริงตามเป็นจริงใน "สัญญา" ...จึงรู้ทันรู้เท่า "สัญญา"ว่าเป็นแต่เพียง "สภาวะ" ที่ "จำได้หมายรู้" กับสรรพสิ่งทั้งหลายทั้งปวงตามสมมุติบัญญัติเท่านั้น ...ซึ่งตามเป็นจริงแล้ว...สรรพสิ่งทั้งหลายทั้งปวง แม้กระทั่งสภาวะที่ "จำได้หมายรู้" นี้ก็เถอะ...ล้วนไม่ใช่สัตว์ บุคคล ตัวตน เราเขา...แปรปรวนเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา...ไม่"เสถียร"ไม่จีรังยั่งยืน...ผู้ที่มี"ปัญญารู้แจ้ง"ตามนี้ท่านจึงไม่สำคัญมั่นหมายกับสิ่งที่ไม่เที่ยงไม่จีรังยั่งยืน...ซึ่งแน่นอน...ท่านก็เลยไม่"ทุกข์"...

ถวายอาหารเช้า

ช่วยกันลำเลียงอาหาร

พระอาจารย์ให้พรญาติโยม

...ผู้ใจบุญ...คุณยายนันและป้าน้อย

...ความเมตตา...ของครูบาอาจารย์

การรักษาข้อวัตรและพระธรรมวินัย...ใส่ถลกบาตรและเก็บเชือกให้เรียบร้อย​

กาเลนะ ธัมมัสสะวะนัง เอตัมมัง คะละมุตตะมัง

...ฟังธรรมตามกาลตามเวลาเป็นมงคลอย่างยิ่ง...

ศาสตราจารย์พิเศษ ทันตแพทย์หญิง ท่านผู้หญิง เพ็ชรา เตชะกำพุช (เจ้าของ villa) และคณะร่วมฟังธรรม และ ถวายอาหาร

ศาสตราจารย์พิเศษ ทันตแพทย์หญิง ท่านผู้หญิง เพ็ชรา เตชะกำพุช (เจ้าของ villa)

ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ทันตแพทย์หญิง ดร.วิสาขะ ลิ่มวงศ์ (ซ้ายมือ)
ผศ.ทันตแพทย์หญิง อนงค์นาฏ ภักดีณรงค์ (ขวามือ)

ผศ.ทันตแพทย์หญิงนารี ตุลานันท์ (ซ้ายมือ)
รศ.ทันตแพทย์หญิงภรณี พีรานนท์ (ขวามือ)

รศ. ทันตแพทย์หญิงนวลฉวี หงษ์ประสงค์ (ซ้ายมือ)
รศ.ทันตแพทย์หญิงรุจิรา เผื่อนอัยกา (ขวามือ)

รศ. ทันตแพทย์หญิงชุติมณต์ ไชยทรัพย์ (ซ้ายมือ)
รศ.ทันตแพทย์หญิงวัชราภรณ์ ทัศจันทร์ (ขวามือ)

...หินลับปัญญา...

"...การปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ ภาวนา ถ้าไม่มาพิจารณา "ความเจ็บปวด" แล้วก็ "ความตาย" นี้...แล้วจะไปพิจารณาอะไร?

...แล้วถ้าไม่มานั่งนิ่ง ๆ อยู่เฉย ๆ นาน ๆ จะเห็นมั๊ยล่ะ...ความเจ็บปวดที่ชัดเจน...นี่ล่ะ "ทุกข์"...หาสิทีนี้หา "สมุทัย" น่ะ...ความเห็นว่าทุกข์ก็อยู่ใน "ไตรลักษณ์" (เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป) นั้นชอบแล้ว...แล้วก็คิดที่จะหาสมุทัยนั่นล่ะ "มรรค"...แต่จะไปถึง "นิโรธ"เมื่อไหร่อีกเรื่องหนึ่งนั่นคือ "ผล" ...ตอนนี้เรากำลังสร้าง "เหตุ" อยู่... "ทุกขเวทนา" นี่แหละ "หินลับปัญญา" ล่ะ...เกิดมาแล้วจะไม่ให้ แก่ เจ็บ... แล้วก็ตายเป็นไปไม่ได้ ...สิ่งที่ทำได้คือ...ผลิต "ปัญญา" ที่มีคุณภาพขึ้นมา...จึงจะสามารถอยู่ร่วมกับมันได้อย่างทุกข์น้อยหรือไม่ทุกข์เลย...ตามกำลังของ..."ปัญญา" ที่ "ซ.ต.พ." แล้ว...คือเป็นผลที่เกิดจากการปฏิบัตินี่แหละ...

"เจ้าชายสิทธัตถะ" ท่านไปเปลี่ยนแปลงอะไร? ถึงได้เป็น "พระพุทธเจ้า"

...ก็เปลี่ยนแปลงความรู้สึกนึกคิดของท่านนั่นแหละจะไปเปลี่ยนแปลงอะไร...ก่อนจะ "ตรัสรู้"ท่านก็นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ภายใต้แสงจันทร์ ฯลฯ ...หลังจาก "ตรัสรู้" แล้ว...สรรพสิ่งภายนอกที่กล่าวมาก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม...พระจันทร์ดวงนั้นก็ยังคงมีอยู่ตราบทุกวันนี้...แต่สิ่งที่หายไปคือ "กิเลส" ที่เคยทำให้ "ดวงจิต" ของพระองค์เศร้าหมอง...พระองค์จึงเป็น"พุทธะ"...ผู้รู้ (รู้ความเป็นจริงของสรรพสิ่งที่ไม่จีรังยั่งยืน ไม่เสถียร ไม่มีสาระแก่นสาร ไม่มีอยู่จริง)..ผู้ตื่น (ตื่นจาก"ความหลง"...หลงยึดหลงถือหลงสำคัญมั่นหมายกับสรรพสิ่งที่ไม่จีรังยั่งยืนนี่แหละ)...ผลก็เลยเป็น "ผู้เบิกบาน"

...สรุปแล้วคือท่าน "รู้แจ้งโลก" จาก "ภายใน" ไม่ใช่ "ภายนอก"...แต่อาศัยเรื่องราวภายนอกเป็นตัวเร่ง...ทุกสรรพสิ่งถ้า "จิต" ไม่สำคัญมั่นหมายมันจะมีอะไรมาสำคัญมั่นหมายเรา...หลังจากที่พระองค์ตรัสรู้แล้ว ท่านก็ยังคงมี ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ...อยู่เหมือนเดิม...แล้วก็ยังรับผัสสะกับ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์ ได้เป็นปกติ...เพียงแต่ไม่มี "กิเลส" ทำ "ปฏิกิริยา" ร่วมกับ "สิ่งเร้า" เท่านั้น "ความเศร้าหมอง" จึงไม่มีกับ "ดวงจิต" ที่บริสุทธิ์ของพระองค์....

...เช่นเดียวกับ...ความชื้นมี...อ๊อกซิเจน มี...แต่ไม่มี "เหล็ก" ทำ "ปฏิกิริยา" ร่วม... "สนิม" จะไปเกิดตรงไหน?..."