…ท่านพระอาจารย์อังคาร อัคคธัมโม วัดป่าน้ำโจน อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ได้เมตตาสนทนาธรรมและบิณฑบาต ณ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพิจิตร เมื่อวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๘ …ขออนุโมทนาบุญกับทุก ๆ ท่านด้วยค่ะ ขอให้ท่านเจริญรุ่งเรืองทั้งทางโลกและทางธรรมยิ่ง ๆ ขึ้นไปค่ะ
“…พวกเรามี “อำนาจ” มีหน้าที่ให้ “คุณ” ให้ “โทษ” คนอื่นได้…ถ้าหาก “อำนาจหน้าที่” นั้น…ตั้งอยู่บนพื้นฐานของ “คุณธรรม” …สังคมก็จะร่มเย็นเป็นสุข…หากแต่ว่า “อำนาจหน้าที่”…นั้นไม่มี “คุณธรรม” รองรับ…ทำทุกอย่างตามกิเลสตัญหา อุปาทานของตัวเอง…สังคมนั้นย่อมจะต้องเดือดร้อนวุ่นวายอย่างแน่นอน…แล้วเมื่อถึงที่สุด…“พวกเรา” นั่นแหละที่จะเดือดร้อนวุ่นวายจาก “การกระทำ” ของตัวเองตาม “กฎแห่งกรรม”…”
ท่านพระอาจารย์อังคาร อัคคธัมโม
ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพิจิตร
ท่านธีระโชติ ยอดไกรศรี
ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะชั้นต้นในศาลเยาวชนและครอบครัว
แพทย์หญิง ดร.วณิชชา ภัทรประสิทธิ์
ผู้อำนวยการโรงเรียนพิจิตรอินเตอร์
ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพิจิตร
พร้อมทั้ง…ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล, ผู้พิพากษา, ผู้ประนีประนอม, ข้าราชการ พนักงานราชการศาลยุติธรรมและลูกจ้าง…ร่วมทำบุญตักบาตร
นายกเทศมนตรีเมืองพิจิตร
ขออนุโมทบุญกับทุก ๆ ท่านด้วยนะคะ…สาธุ ๆ ๆ ๆ ค่ะ



ยอดไม้..ยิ่งสูงยิ่งอ่อน
ยอดคนที่แท้จริง..ต้องอ่อนน้อมถ่อมตน







.. “.. ธรรมะ ” โดยหลักการก็คือ “หน้าที่”.. โดยสภาวะก็คือ “ความพอดี”… พอดีกับ เพศ ภาวะ สถานะ กาลเทศะ บุคคล… การปฏิบัติธรรม.. ก็คือการมาเรียนรู้การบริหารจัดการ “ความรู้สึก” ที่อยู่ภายในให้มีคุณภาพ.. เหมือนที่เราออกกำลังกายก็เพื่อหวังจะให้มีสุขภาพที่เข้มแข็งสดชื่น.. จะได้มีภูมิคุ้มกันที่จะอยู่ร่วมกับเชื้อโรคได้ดีกว่าคนที่อ่อนแอ… ฉันใดก็ฉันนั้น.. ถ้าเรามี “สติ” (ความระลึกได้).. ที่เข้มแข็ง.. “จิต” ( ผู้รู้ )..ก็จะมีกำลัง..กระบวนการคิดวิเคราะห์ก็จะมีคุณภาพ..มันถึงจะสามารถผลิต “ปัญญา” ที่มี “คุณภาพ” ให้ได้.. แล้วปัญญาที่มีคุณภาพเท่านั้นถึงจะเป็น “ภูมิคุ้มกัน” ไม่ให้เราเศร้าหมองกับสิ่งเร้าได้.. นั่นคือตัวบ่งชี้ว่า..เราจะสามารถอยู่ร่วมกับสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนวุ่นวายได้ดี..มีความเป็นตัวของตัวเองที่อยู่บนพื้นฐานของความถูกต้องตามทำนองครองธรรม..ไม่หวั่นไหวไปกับสิ่งยั่วยุตามกิเลสตัณหาอุปาทาน.. เหมือนกับคนด้อยคุณภาพทั่ว ๆ ไปที่จะเอาแต่ความคิดเห็นของตัวเองเป็นใหญ่.. โดยไม่คำนึงถึงสิ่งอื่นใด..ไม่ได้แคร์ความรู้สึกของใครทั้งนั้น..ไม่ว่าขนบธรรมเนียม จารีตประเพณี.. หรือแม้กระทั่ง “กฎหมาย” ของบ้านเมือง.. ซึ่งแน่นอนนั่นคือหนทางแห่ง “ทุกข์”.. ทั้งปัจจุบันและอนาคตล่ะ… “…
ท่านพระอาจารย์อังคาร อัคคธัมโม


ธะนะวัฑฒะโก , ความเจริญทรัพย์
สิริวัฑฒะโก , ความเจริญสิริ
ยะสะวัฑฒะโก , ความเจริญยศ
พะละวัฑฒะโก , ความเจริญกำลัง
วัณณะวัฑฒะโก , ความเจริญวรรณะ
สุขะวัฑฒะโก , ความเจริญสุข
โหตุ สัพพะทา , จงมีแด่ท่านในกาลทั้งปวง
ทุกขะโรคะภะยา เวรา , ทุกข์โรคภัยและเวรทั้งปวง
โสกา สัตตุ จุปัททะวา , ความโศก ศัตรูและอุปัทวะทั้งหลาย
อะเนกา อันตะรายาปิ , ทั้งอันตรายทั้งหลายเป็นเอนก
วินัสสันตุ จะ เตชะสา , จงพินาศไปด้วยเดช
ชะยะสิทธิ ธะนัง ลาภัง , ความชนะ ความสำเร็จ ทรัพย์ ลาภ
โสตถิ ภาคะยัง สุขัง พะลัง , ความสวัสดี ความมีโชค ความสุข กำลัง
สิริ อายุ จะ วัณโณ จะ โภคัง วุฑฒี จะ ยะสะวา , โภคะ ความเจริญ และความเป็นผู้มียศ
สะตะวัสสา จะ อายู จะ , และอายุยืน 100 ปี
ชีวะสิทธี ภะวันตุ เต ฯ ,และความสำเร็จกิจในความเป็นอยู่ จงมีแก่ท่านในกาลทุกเมื่อเทอญ.
ร่วมกับท่านพระอาจารย์เป็นที่ระลึก
ขออนุโมทนาบุญในกุศลจิตกับทุก ๆ ท่าน ด้วยค่ะ…
ขอให้ท่านเจริญรุ่งเรืองทั้งทางโลกและทางธรรมยิ่ง ๆ ขึ้นไปนะคะ สาธุ…สาธุ…สาธุ























































