นางสาวธาราภรณ์ วิโรจน์วาณิช (ส้ม) อายุ 22 ปี  นิสิตแพทย์ชั้นปีที่  5 คณะแพทยศาสตร์  มหาวิทยาลัยนเรศวร

  .  คุณจัดอยู่ในประเภทเรียนหนักมีเวลาน้อย..แล้วคุณคิดอย่างไรถึงได้เสียสละเวลาอันน้อยนิดมาทำบุญและปฏิบัติธรรมกับ

วัดที่อยู่กลางป่ากลางดง โดยปราศจากเครื่องอำนวยความสะดวก ต่าง ๆ แม้กระทั่งไฟฟ้าอย่างนี้ ?

       

           “...การปฏิบัติธรรมไม่ได้เลือกว่าต้องอายุเท่าไร ไม่ใช่ว่าอายุมากแล้วค่อยเข้าวัดมันก็ไม่ทันแล้ว  เพราะคนเราเกิดมาไม่รู้ว่าต้องตายเมื่อไรทำดีเอาไว้ให้เยอะที่สุดจะดีกว่า  เหมือนเราทำความดีฝากธนาคารไว้ ทำมากก็ได้มากก็ดีต่อตัวเอง  การนั่งสมาธิส้มคิดว่าดีนะทำให้ จิตใจเราสงบเหมือนเราได้ออกจากโลกที่วุ่นวาย  เพราะจริง ๆ โอกาสที่เราจะได้สัมผัสกับธรรมชาติแบบนี้ในปัจจุบันหาได้ยากมาก  ถ้ามีโอกาสก็อยากให้คนที่สนใจลองมาสัมผัสดู...”

                                .  เข้าวัดปฏิบัติธรรมอย่างนี้ไม่กลัวคนเขาว่า “ล้าหลังคร่ำครึ ตกกระแส หรือว่าเป็นคนมีปัญหา” หรือ ?


           “...ไม่ค่ะ  คนเข้าวัดไม่จำเป็นต้องเป็นคนมีปัญหากันทุกคน  ส้มคิดว่าคำสอนของพระพุทธเจ้าไม่มีคำว่าล้าหลัง เพราะคำสอนของพระองค์เป็นความจริงทุกยุคทุกสมัย...”

.  แล้วคุณคิดว่าคุณได้อะไรบ้างกับการมาปฏิบัติธรรมอย่างนี้น่ะ?


          “...ได้เรียนรู้การปฏิบัติที่ถูกต้องค่ะ  เพราะเมื่อก่อนส้มเองก็เป็นคนที่นั่งสมาธิ แต่นั่งยังไม่ถูกต้อง  พระอาจารย์ท่านก็สอนการนั่งสมาธิที่ถูกต้อง  บางทีท่านเทศนา เมื่อเรากลับไปคิดทำให้มองโลกได้กว้างขึ้น  เมื่อก่อนทำบุญที่วัดไม่เคยต้องล้างจาน แต่มาวัดนี้เป็นครั้งแรกที่ต้องล้างจาน ทำให้เกิดความรู้สึกงง  ๆ ว่าทำไมต้องล้างจานนะ  ต่อมาถึงรู้ว่าเป็นการฝึกให้เราทำงาน ซึ่งก็เป็นธรรมะแห่งการอยู่ร่วม ต้องรู้จักเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน  ส้มเองเรียนวิชาชีพนี้ต้องมีความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกับคนไข้  เราจะรักษาคนไข้ให้ดีที่สุดสมกับที่เขาฝากชีวิตไว้กับเราค่ะ...”