นายสมใจ      ขาวพลศรี  อายุ  42  ปี  การศึกษา :  ปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร 
อาชีพ :  รับราชการ  สังกัดกรมทางหลวง

 .    คุณนับว่าเป็นคนรุ่นใหม่คือ มีความรู้ความสามารถ มีการศึกษาตลอดจนหน้าที่การงานดี...แล้วคุณคิดอย่างไร
ถึงได้มาปฏิบัติธรรมอยู่ในวัดที่อยู่ป่าอยู่ดง  โดยปราศจากเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ แม้กระทั่งไฟฟ้าอย่างนี้ ?


        “...ผมเกิดที่ อำเภอชะอวด  จังหวัดนครศรีธรรมราช  สี่สิบปีย้อนหลังที่นั่นเป็นถิ่นทุรกันดาร ไม่ได้แตกต่างกันมากกับสภาพวัดป่าน้ำโจนในปัจจุบัน  ด้วยความที่คล้ายกับถิ่นกำเนิดเดิม  จึงทำให้รู้สึกคุ้นเคยและรักวัดป่าน้ำโจน  ที่สำคัญ...ผมโชคดีที่ได้เจอพระอาจารย์อังคารที่ท่านคอยแนะนำสั่งสอน ว่ากล่าวตักเตือนในการดำเนินชีวิตไม่ว่าทางโลกหรือทางธรรม...ว่าจะต้องมีเหตุผลโดยยึดธรรมะของพุทธศาสนาไว้เป็นหลัก  ในการประกอบการตัดสินใจในทุกๆ เรื่อง...”

         .   เข้าวัดปฏิบัติธรรมอย่างนี้ไม่กลัวคนเขาว่า “ล้าหลังคร่ำครึ ตกกระแส หรือว่าเป็นคนมีปัญหา” หรือ  ?


         “... ผมคิดว่า “การปฏิบัติธรรม” ไม่ได้ล้าหลังแต่เป็นปัจจุบันที่สดใสอยู่เสมอ.......   ส่วนเรื่องของกระแสอื่น ๆ   ให้มันตกไปเถอะ !  แต่อย่าตกจากกระแสแห่งธรรมเป็นพอ   เรื่องปัญหาทุกๆ คนย่อมมีปัญหาไม่ว่าจะปฏิบัติธรรมหรือไม่   แต่การแก้ปัญหาของคนที่มีธรรมเป็นหลักกับไม่มีธรรม  ผลที่ออกมาย่อมแตกต่างกันแน่นอน...”

.    แล้วคุณคิดว่าคุณได้อะไรบ้างกับการมาปฏิบัติธรรมอย่างนี้น่ะ?

         “...รู้จักพุทธศาสนามากขึ้น   ได้ชีวิตที่ดีขึ้น  เข้าใจคนอื่นมากขึ้นเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับตัวตนของตัวเองและไม่เป็นปัญหาให้กับสังคม...”