ประมวลภาพ...กิจกรรมวันวิบู วัดป่าน้ำโจน เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2559
*
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
พระภิกษุสงฆ์ของวัดป่าน้ำโจน...กลับจากบิณฑบาตโปรดญาติโยมในหมู่บ้าน
ญาติโยมที่มาทำบุญที่วัด...รอใส่บาตรบริเวณหน้าโรงครัว
พ.ต.อ.สัมฤทธิ์    เอมกมล รอง ผบก.ศพฐ. 10 ยะลา
และ คุณนายนงเยาว์  เอมกมล พร้อมทั้ง "น้องเฟิส" ลูกชายคนเก่ง...ร่วมกันน้อมถวายจังหัน
ร.อ.ณิรัฐกร   เศรษฐกิจ ค่ายธนะรัชต์
บรรยากาศในการทำบุญถวายจังหัน ของผู้ใจบุญ
ขออนุโมทนาบุญในกุศลจิตกับทุก ๆ ท่าน ด้วยนะคะ
ภญ.สุนิสา   สังข์หล่อ รพ.พระนครศรีอยุธยา
ภญ.ผกาวรรณ  ธรรมใจ รพ.พุทธชินราช
***ถือโอกาสในวันหยุด มาพักปฏิบัติธรรม***
คุณจีรพร   ฤทธิ์เกษร
กลุ่มสารบบคดี
สำนักงานศาลปกครองกลาง
ปิติ...ในผล "ทาน"
 
พระสงฆ์ของวัดป่าน้ำโจน ...อนุโมทนาให้พรแก่ญาติโยม
 

อายุโท พะละโท  ธีโร  วัณณะโท  ปะฏิภาณะโท, ผู้มีปัญญา ให้อายุ ให้พละ วรรณะ และปฏิภาณ
สุขัสสะทาตา  เมธาวี  สุขัง  โส  อะธิคัจฉะติ, ผู้มีปัญญา ให้ความสุข ย่อมได้ ประสพสุข
อายุง ทัตวา พะลัง วัณณัง สุขัญจะ ปะฏิภาณะโท, บุคคลผู้ ให้อายุ พละ วรรณะ สุขะ และปฏิภาณ
ทีฆายุ ยะสะวา โหติ ยัสถะ ยัตถูปะปัชชะตีติ, บังเกิดในที่ ใด ๆ ย่อมมี ความสุข มีอายุยืน มียศ ในที่นั้น ๆ ดังนี้

 
พ.ต.อ.สัมฤทธิ์    เอมกมล รอง ผบก.ศพฐ. 10 ยะลา พร้อมทั้งครอบครัว ถือโอกาสถ่ายรูปร่วมกันไว้เป็นที่ระลึก
กลุ่มเจ้าหน้าที่...ของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชตะพานหิน จังหวัดพิจิตร
   
กิจกรรมช่วงค่ำ ของ..."วันวิสาขบูชา"
ตั้งใจฟังธรรม จากท่านพระอาจารย์
"...เพียรที่จะสำรอกกิเลส เครื่องเศร้าหมอง หรือสิ่งที่ไม่ดีไม่งามทั้งหลายที่มันมีอยู่ในจิตในใจให้ออกไปให้หมดให้สิ้น...
เพียรที่จะระมัดระวังไม่นำสิ่งเลวร้ายบาปเวรทั้งหลายมาเข้าสู่จิตใจของตนเองอีก...
เพียรที่จะสร้างคุณงามความดีทั้งหลายให้เกิดขึ้นในจิตในใจของตนเอง...แล้วก็...
เพียรที่จะระมัดระวังรักษาคุณงามความดีนั้นไม่ให้เสื่อมสลายไปจากจิตจากใจของตนเอง...นี่แหละ "ความเพียรชอบ"..."

           
สวดมนต์ทำวัตรเย็น บูชาคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
อิติปิ โส ภะคะวา เพราะเหตุอย่างนี้ ๆ พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น
อะระหัง เป็นผู้ไกลจากกิเลส
สัมมาสัมพุทโธ เป็นผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
วิชชาจะระณะสัมปันโน เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ
สุคะโต เป็นผู้ไปแล้วด้วยดี
โลกะวิทู เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง
อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ เป็นผู้สามารถฝึกบุรุษที่สมควรฝึกได้ อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า
สัตถา เทวะมะนุสสานัง เป็นครูผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
พุทโธ เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม
ภะคะวาติ. เป็นผู้มีความจำเริญ จำแนกธรรมสั่งสอนสัตว์ ดังนี้.
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, พระธรรม เป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ดีแล้ว
สันทิฏฐิโก, เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติ พึงเห็นได้ด้วยตนเอง
อะกาลิโก, เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ และให้ผลได้ไม่จำกัดกาล
เอหิปัสสิโก, เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกับผู้อื่นว่า ท่านจงมาดูเถิด
โอปะนะยิโก, เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว
ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหี ติ.
เป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน ดังนี้.
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด ปฏิบัติดีแล้ว
อุชุปิฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด ปฏิบัติตรงแล้ว
ญายปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรมเป็นเครื่องออกจากทุกข์แล้ว
สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด ปฏิบัติสมควรแล้ว
ยะทิทัง ได้แก่บุคคลเหล่านี้ คือ
จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา คู่แห่งบุรุษ ๔ คู่ นับเรียงตัวบุรุษ ได้ ๘ บุรุษ
เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ นั่นแหละ สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า
อาหุเนยโย เป็นสงฆ์ควรแก่สักการะที่เขานำมาบูชา
ปาหุเนยโย เป็นสงฆ์ควรแก่สักการะที่เขาจัดไว้ต้อนรับ
ทักขิเณยโย เป็นผู้ควรรับทักษิณาทาน
อัญชะลิกะระณีโย เป็นผู้ที่บุคคลทั่วไปควรทำอัญชลี
อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ. เป็นเนื้อนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า ดังนี้.
ท่านพระอาจารย์นำนั่งสมาธิภาวนา หลังจากสวดมนต์ทำวัตรเย็นเสร็จ
รู้ในปัจจุบัน...างในปัจจุบัน
นัตถิ สันติ มัง สุขัง...สุขอื่นยิ่งกว่าความสงบไม่มี
ต่อจากนั้น...ท่านพระอาจารย์นำกล่าวคำบูชา "วิสาขปุรณมี"
บูชาวันเพ็ญเดือน 6
                                     
ท่านพระอาจารย์นำเดินเวียนประทักษิณ
    ..."วัวิบู" เป็นวันที่มีเหตุการณ์ 3 เหตุการณ์เกิดขึ้นในวันเดียวกัน แต่ห่างกันช่วงละ 35 ปีและ 45 ปี...เหตุการณ์แรก คือ "การประสูติ" ของเจ้าชายสิทธัตถะ ที่ใต้ต้นสาละ ณ สวนลุมพินี...เหตุการณ์ที่สอง คือ อีก 35 ปี เจ้าชายสิทธัตถะ ได้ "ตรัสรู้ " เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่ใต้ต้นศรีมหาโพธิ์ อุรุเวลาเสนานิคม เมืองพาราณสี...เหตุการณ์ที่สาม คือ ต่อมาอีก 45 ปี พระพุทธเจ้าทรง "ดับขันธปรินิพพาน" ที่ให้ต้นสาละ เมืองกุสินารา...พระพุทธองค์ใช้ชีวิตที่เป็น "ความสุขทางโลก อยู่ในพระราชวังเพียง 29 ปี" ก็ออกบวช... และใช้ชีวิตในชนบท อยู่ใน "ป่าเขาลำเนาไพร ตลอด 51 ปี " ตั้่งแต่ออกบวชจนปรินิพพาน...สิ่งที่พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ คือ อริยสัจ 4 ...หรือ ความจริงอันประเสริฐ 4 ประการ...ได้แก่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ...คือ ความทุกข์ สาเหตุที่ทำให้เกิดความทุกข์ ความดับทุกข์ หนทางแห่งความดับทุกข์... ด้วย "พระเมตตาของท่าน" เมื่อท่านตรัสรู้แล้ว...ท่านจึงได้ออกสั่งสอน เผยแผ่พระพุทธศาสนาแก่เวไนยสัตว์ และสรรพสัตว์ทั้งหลาย...
           ...พวกเราจึงได้มีวันนี้... วันที่พวกเราได้ใช้ชีวิตอย่าง "สงบร่มเย็น"...เนื่องจากพวกเราได้นำหลักธรรมคำสั่งสอนของพระองค์ท่านมาปฏิบัติเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต... ไม่ว่าจะเจอปัญหาและอุปสรรคใดๆ ก็ตามก็สามารถคลี่คลายไปได้... พวกเราจึงมาร่วมกัน "ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน" แม้ปรินิพพานนานมาแล้ว... เนื่องในกาล ..."วิปุมี"...
ท่านพระอาจารย์นำวางดอกไม้ ธูป เทียน บูชาวันเพ็ญเดือน 6
พระสงฆ์และญาติโยม ร่วมกันถวายเครื่องสักการะแด่ตัวแทนองค์พระศาสดา
สาธุ...บุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญแล้วนี้ ขอเป็นทางนำจิตให้ล่วงพ้นจากทุกข์ด้วยเทอญ
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * ** * * * * * *
ขออนุโมทนาบุญกับทุก ๆ ท่าน ด้วยค่ะ ขอให้เจริญรุ่งเรืองทั้งทางโลกและทางธรรมยิ่ง ๆ ขึ้นไปนะคะ