นายพรเทพ      มากมี  (อุ้ย)  อายุ 20 ปี  นิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 3 คณะแพทยศาสตร์  มหาวิทยาลัยนเรศวร


.  คุณจัดอยู่ในประเภทเรียนหนักมีเวลาน้อย..แล้วคุณคิดอย่างไรถึงได้เสียสละเวลาอันน้อยนิดมาทำบุญและปฏิบัติธรรมกับ

วัดที่อยู่กลางป่ากลางดง โดยปราศจากเครื่องอำนวยความสะดวก ต่าง ๆ แม้กระทั่งไฟฟ้าอย่างนี้ ?

  “...ผมคิดว่าเป็นการผ่อนคลายอย่างหนึ่ง เพราะในช่วงเวลาปกติเราก็จะไม่ค่อยมีเวลาว่างเนื่องจากต้องเรียนหนักต้องใช้ชีวิตอยู่กับตำรับตำราหนังสือเป็นส่วนใหญ่  และเราดำเนินชีวิตอยู่ในโลกของเทคโนโลยีมาตลอดไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า  โทรศัพท์  ทีวี  รวมถึงเครื่องอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ดังนั้น การมาปฏิบัติธรรมในที่ที่ปราศจาก อุปกรณ์อำนวยความสะดวก และเป็นสถานที่ที่สงบจึงรู้สึกเหมือนได้ผ่อนคลาย  ไม่ต้องคิดอะไรมาก เช่น ตอนมาแรก ๆ อยากโทรศัพท์แต่ก็ไม่มีสัญญาณ  อยากเปิดพัดลมเพราะร้อน แต่ก็ไม่มีไฟฟ้า  พอมาตอนหลังก็ไม่ได้หวังอะไรมาก  โทรศัพท์มือถือก็ไม่ต้องเอาลงจากรถ  ร้อนก็ไม่คิดอะไรเพราะมันไม่มีพัดลมอยู่แล้ว ทำให้เราต้องบังคับตัวเองให้ทำใจให้สบายไม่ต้องคิดอะไรมาก และอีกอย่างการมาวัดมาปฏิบัติธรรมก็เหมือนเป็นการทำบุญอยู่แล้ว เพราะเรามาเองไม่ได้ถูกบังคับมา และการมาแต่ละครั้งก็ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน...”

. เข้าวัดปฏิบัติธรรมอย่างนี้ไม่กลัวคนเขาว่า “ล้าหลังคร่ำครึ ตกกระแส หรือว่าเป็นคนมีปัญหา” หรือ ?


   “...ไม่กลัวเพราะเราไม่ได้ผิดอะไร และไม่มีตำราเล่มไหนที่บอกว่าการเข้าวัดปฏิบัติธรรมเป็นสิ่งล้าหลัง มันเป็นค่านิยมที่คนสมัยใหม่คิดกันไปเองว่าต้องทำแบบนู้น แบบนี้ถึงจะทันสมัยแต่ก็ไม่เห็นมีเหตุผลมาสนับสนุนได้เลยว่า ล้าหลังหรือทันสมัย...”

. แล้วคุณคิดว่าคุณได้อะไรบ้างกับการมาปฏิบัติธรรมอย่างนี้น่ะ?

   “...อย่างแรกเลยที่เกิดขึ้นกับตัวผมคือ  การได้มาพัก  การมาผ่อนคลายจากเรื่องราวที่เจอในชีวิตประจำวัน และได้ฝึกสติ สมาธิ และการอดทน เพราะเราต้องอยู่ในที่ที่เราไม่เคยอยู่และไม่มีอะไรเลย...”