ประมวลภาพกิจกรรม ที่ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชตะพานหิน จังหวัดพิจิตรได้กราบนิมนต์ ท่านพระอาจารย์อังคาร   อัคคธัมโม
วัดป่าน้ำโจน ...นำปฏิบัติธรรม เมื่อวัน
พุธ ที่ 19 ตุลาคม 2559 ขออนุโมทนาบุญในกุศจิตกับทุก ๆ ท่าน ด้วยนะคะ
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * ** * * * * * *
ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชตะพานหิน จังหวัดพิจิตร
ท่านพระอาจารย์นำสวดมนต์ทำวัตรเย็นบูชาคุณ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา, พุทธัง ภะคะวันตัง อภิวาเทมิ.

พระผู้มีพระภาคเจ้า, เป็นพระอรหันต์ดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์สิ้นเชิง
ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง ข้าพเจ้าขออภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า, ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, ธัมมังนะมัสสามิ.
พระธรรมเป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้า, ตรัสไว้ดีแล้ว , ข้าพเจ้าขอนมัสการ พระธรรม
สุปะฏิปปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สังฆัง นะมามิ.
พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า, ปฏิบัติดีแล้ว ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระสงฆ์ 
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ, ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
หลังจากนั้น...ท่านพระอาจารย์นำนั่งภาวนาหลังสวดมนต์ทำวัตรเย็นอีก 30 นาที
สุขอื่น...ยิ่งกว่าความสงบไม่มี

 "...Make Merit by Donation is Great but Meditation is the Greatest..."     

                                                                                                                                                                          (ท่านพระอาจารย์อังคาร   อัคคธัมโม)

 
ตั้งใจภาวนาเพื่อถวายแด่... "พ่อหลวง" ของปวงชนชาวไทย
...ท่านพระอาจารย์นำแผ่เมตตาหลังจากภาวนาเสร็จ...
สาธุ...บุญกุศลใดหากเกิดขึ้นแล้วมีขึ้นแล้วแก่ข้าพเจ้านี้ ก็ขอให้สรรพสัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตาย อยู่ในวัฏสงสารนี้
ทุกผู้ทุกคน
ทุกรูปทุกนาม ทุกตัวทุกตน โดยเฉพาะองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ผู้ทรงคุณของแผ่นดิน
ที่ล่วงลับไปแล้ว ขอจงเป็นผู้มีส่วนแห่งบุญนี้ด้วย หากตกทุกข์ก็ขอให้พ้นจากทุกข์ ถ้าถึงสุขแล้วก็ขอให้สุขยิ่ง ๆ ขึ้นไป ...สาธุ
ฟังธรรม - สนทนาธรรม
นพ.กิตติโชติ   ตั้งกิตติถาวร ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชตะพานหิน พิจิตร...ตั้งใจฟังธรรม
            "...พึงสำนึกไว้เสมอว่า ...ที่ทำงานของเรา...ที่บ้านเรา...หรือตามถนนหนทาง ห้างร้านต่าง ๆ ...ไม่ใช่ที่อยู่ของ "พระอรหันต์"...ผัวเรา...เมียเรา...ลูกเรา...เพื่อนเรา...คนที่เราเห็น ๆ กันอยู่นี้...ไม่ใช่ "พระอรหันต์"...แม้แต่ตัวเราเอง...แน่นอนว่าต่างคนต่างยังมีกิเลสอยู่ ไม่ว่าเขาว่าเรา...แล้วคนมีกิเลสนั้นโอกาสที่จะผิดพลาดมันมีอยู่แล้ว...โอกาสที่จะกระทบกระทั่งกันมันมีมากอยู่แล้ว...แต่ไอ้ที่สำคัญคือเราไม่สามารถที่จะไปบังคับ ไม่ให้ใครมาละเมิดเราได้... เรามีสิทธิ์เพียงแค่รู้จักบริหารจัดการตัวเองไม่ให้ไปละเมิดเบียดเบียนใครเท่านั้น ถ้าไม่อยากเดือดร้อนทั้งชาตินี้แล้วก็ชาติหน้า...
            ...การบริหารจัดการตัวเองนั้น...ก็ขอให้เข้าใจนะว่า "ตัวเอง" ในที่นี้ก็คือความรู้สึกนึกคิดนี่แหละ...คนตายแล้วไม่หัวเราะ...คนตายแล้วไม่ร้องไห้...ที่เดือดร้อนกระเสือกกระสนดิ้นรนอยู่ทุกวี่ทุกวันนี้ก็เพราะยังไม่ตาย ยังมี "ชีวิต" แต่เผอิญว่ามันเป็น "ชีวิตที่หลง"...หลงตามกิเลส ตัญหา อุปาทาน นั่นแหละ...มันก็เลยเหวี่ยงไปตาม "รัก" บ้าง "ชัง" บ้าง..."อดีต" บ้าง..."อนาคต" บ้าง... ชอบแบบนี้ก็พยายามแสวงหา...ร่างกายก็กระเสือกกระสนดิ้นรนไปตามแรงเหวี่ยงนั้น...เกลียดสิ่งนี้ก็พยายามผลักไสให้ไกลห่าง...ร่างกายธาตุขันธ์ก็กระเสือกกระสนดิ้นรน ไปตามแรงเหวี่ยงนั้น...จนกว่าจะไม่มีชีวิตแล้ว...ร่างกายธาตุขันธ์นี้ถึงจะได้พัก...ไม่ต้องไปด่าใคร สรรเสริญใคร...ไม่ต้องไปฆ่าแกงใคร ฯลฯ...
            ...สรุปแล้วทั้งชีวิตใครเป็นตัวทุกข์...หมดลมหายใจแล้วร่างกายไม่เกี่ยวเลย...ไม่ว่าสิ่งที่เคยรักหรือเคยชัง จะเข้ามาสัมผัสแผ้วพาน...ในทางพระพุทธศาสนาท่านว่า "จิต" คือ ผู้รู้นี้แหละ...เป็นใหญ่เป็นประธาน...ไม่ว่าร่างกายธาตุขันธ์จะไปทำสิ่งดีหรือสิ่งเลว "จิต" ผู้รู้นี้แหละเป็นตัวกำหนดเป็นตัวสั่งการ....พระพุทธเจ้าท่านจึงพยายามบอกสอนให้เฝ้าดู "จิต" ...รักษา "จิต" บริหารจัดการ "จิต" ให้ดีมันจะได้ไม่ถูก "กิเลส" ครอบงำให้เศร้าหมอง...ซึ่งแน่นอนสภาวะนั้นมันต้อง "ทุกข์" ...
          ..."กิเลส" ไม่ได้อยู่ในวัดในวา...ไม่ได้อยู่ในป่าในเขา...แต่มันอยู่ใน "จิต" ของเรานี่แหละ..ไปที่ไหนก็ต้องเอา "จิต" ไปด้วย จิตไปไหนกิเลสก็ต้องไปด้วย เนื่องจากมันอยู่ด้วยกัน...เพราะฉะนั้นการปฏิบัติธรรมการภาวนาก็จะต้องทำในทุกที่ทุกสถานมันถึงจะทันกัน...ในเมื่อตากระทบรูป หูกระทบเสียง ฯลฯ มันก็จะต้องเกิดความรู้สึก...แต่ความรู้สึกในเบื้องต้นไม่ใช่ "กิเลส" ..."ความสำคัญมั่นหมาย" ในความรู้สึกนั้น ๆ ต่างหากเป็นกิเลส ก็ต้องคอยดู...ถ้ารู้แล้วยับยั้งเป็น "สติมรรค" ถ้ารู้แล้วเสริมเป็น "สติสมุทัย"...พยายามผลิตปัญญาหาเหตุผลมาหักล้างความรู้สึกที่ไม่ดีแต่เริ่มนั้นซะ...นั่นล่ะ... "ภาวนา"...พยายามที่จะควบคุมความรู้สึกให้มัน "พอดี" ไม่ให้ไปจมอยู่กับ "รัก" หรือ "ชัง"..."อดีต" หรือ "อนาคต"...นั่นล่ะ "ฏิบัติธรรม"..."

                                                                                              (บางตอนในการบรรยายธรรม โดย ...ท่านพระอาจารย์อังคาร   อัคคธัมโม)
บรรยากาศในการฟังธรรม
คุณวัชรพงศ์   บุญหนุน หัวหน้าสาธารณสุขของ เทศบาล
ตำบลหนองพะยอม อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร
ร่วมกันน้อมถวายสิ่งจำเป็นแก่สมณะบริโภค แด่ท่านพระอาจารย์
นพ.กิตติโชติ   ตั้งกิตติถาวร ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชตะพานหิน พิจิตร...
เป็นตัวแทนน้อมถวายใบปวารณาปัจจัยแด่ท่านพระอาจารย์พิจารณใช้ตามสมควรต่อไป
รับพร...จากท่านพระอาจารย์ก่อนแยกย้ายกันกลับ
สัพพะ พุทธานุภาเวนะ ,ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
สัพพะ ธัมมานุภาเวนะ ,ด้วยอานุภาพแห่งพระธรรมทั้งปวง
สัพพะ สังฆานุภาเวนะ ,ด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์ทั้งหลาย
สะทาโสตถี ภะวันตุเต ,ขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ท่านทุกเมื่อเทอญ
ถือโอกาสถ่ายรูปร่วมกันไว้เป็นที่ระลึก
พร้อมกัน...มาส่งท่านพระอาจารย์ที่ด้านหน้าตึกของโรงพยาบาล
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
ขออนุโมทนาบุญในกุศลจิตกับทุกคนด้วยค่ะ ขอให้เจริญรุ่งเรืองทั้งทางโลกและทางธรรมยิ่ง ๆ ขึ้นไปนะคะ...สาธุ าธุ สาธุ