....วิถีทางแห่งมรรค....  

   In quest of the Path     

“.... รุกขมูลเสนาสนัง  เมื่อบวชแล้วท่านจงไปอยู่ในป่า  ในเขา  ในถ้ำ  ในหุบ  ในเหว  ป่าช้ารกชัฏบ้านร้างเรือนว่าง  เพื่ออาศัยสถานที่อันสงบสงัดนั้นทำที่สุดแห่งทุกข์เถิด....

.....Rukkhamulasenasana’ Having been ordained, a bhikkhu shoued dwell in  a Forest, on the mountain, in the cave, in the valley, in the abyss, in the graveyard, in a wilderness or in a deserted house in order to stay in such a quiet place so as to make the end of suffering.....”

 

“....ดำรงชีวิตอยู่ด้วยการบิณฑบาต ฉันวันละมื้อไม่ได้ไปหลอกลวงต้มตุ๋น ปล้น จี้ หรือลักขโมยใคร....

“.....A bhikkhu should lead his life by means of wandering for almsfood, with only one meal a day. He is to refrain from deceiving, swindling robbering or stealing.....”

 

“....อาหารนี้เราฉันเพียงเพื่อประทังชีวิต  พอได้มีกำลังวังชาทำความพากความเพียร  ไม่ได้ฉันเพื่อความเอร็ดอร่อย  เพื่อบำรุงบำเรอกามราคะให้เพิ่มพูน....

“.....I am eating this meal only for sustaining my life in order that I may have enongh strength to perform my  religious duty, but not for deliciousness and for the purpose of sense-desire!.....”

 

....น้ำปานะ คือ น้ำคั้นจากผลไม้  หรือน้ำอ้อย  น้ำตาล  น้ำหวาน  น้ำผึ้ง ฯลฯ เหล่านี้เราฉันเพียงเพื่อประทังความอ่อนระโหย  ไม่ได้ฉันเพื่อความอร่อยปากอร่อยลิ้นแต่อย่างใด ....

“..... Pana or Atthapana belongs to a beverage consisting of fruit juice, cane juice, sugar, aerated water or soft drink and honey,these  l drink only for relieving my exhaustion , but not for the purpose of deliciousness.....’’

 

....ธรรมะแห่งการอยู่ร่วม... สถานที่ใดแม้จะด้อยคุณค่าแต่ถ้ามีคนที่มีคุณภาพเข้าไปอยู่  สถานที่นั้นก็จะต้องมีคุณค่าคุณภาพตามไปด้วย  ในทางกลับกันต่อให้สถานที่มีคุณภาพขนาดไหนหากมีคนที่ด้อยคุณภาพเข้าไปอยู่ ไม่นานสถานที่แห่งนั้นย่อมจะต้องด้อยคุณค่าคุณภาพตามไปด้วย....

“.....Dhamma of living together--- A place which is inferior in its quality, but if one who is superior in quality lives in it, increases in its quality, but if one who is inferior in quality lives in it, decreases in its quality in the end!.....”

 

“....กาสาวะ =  น้ำฝาด ...พัสตร์ = ผ้า...กาสาวพัสตร์ = ผ้าย้อมน้ำฝาด  ...ผ้านี้เรานุ่งห่มเพียงเพื่อป้องกันความอุจจาด  ป้องกันความร้อน ความหนาว ป้องกันเหลือบ ยุง ริ้นไร เท่านั้น หาได้ต้องการอวดอ้างความร่ำรวยหรูหราไม่...จีวร = ผ้าห่ม  สบง = ผ้านุ่ง  สังฆาฏŌ= ผ้าห่มซ้อนกันหนาว....”

“.....The yellow robe or cloth dyed with astringent decoction. I am wearing this yellow robe only for protecting  myself from obsene, heat, cold, a gadfly, a mosquito and gnat, but not for richness or luxury.....”

 

“...เสนาสนะนี้มีไว้เพียงเพื่อพักผ่อนบรรเทาธาตุขันธ์เท่านั้น...มิได้มีไว้เพื่อความหรูหราโอ่อ่า..หรืออวดอ้าง..กุฏŌ...

“.....This dwelling is only for taking a rest and relieving one’s own  elements and aggregates, but not for showing others one’s own richness.....”

 

“....การทำการงานชอบ ...ความเพียรชอบ...สติชอบ  ก็คือ งานถอดงานถอน เพียรถอดเพียรถอน  สติจดจ่ออยู่กับการถอดถอนกิเลสอาสวะออกจากจิตจากใจตัวเองนั่นแหละ...พระกำลังทำงานในที่ทำงานของท่าน  เดินจงกรม....

“.....Right Action ,Right Effort and Right mindfulness--- These are monks’religious duty, i.e. the duty to get rid of all defilements from their own mindo,monk is performing his religious duty, i.e. to walk towards and back.....”

 

 

“....สัมมาสมาธŌ...สมาธิ ต้องรู้สมาธิ...ผู้ไม่มีปัญญาย่อมไม่รู้จักสมาธิ...ผู้ไม่มีสมาธิก็ย่อมไม่มีปัญญา...

“.....Right Concentration ---- A monk is practicing medtation.  He who prastices meditation is to know how to practise it. He who lacks wisdom does not understand concentration and he who lacks concentration lacks wisdom.....”

                                                                                                                                          

                                                                                                                                         Translated by
                                                                                                                                      Suwat Charoensuk