ข้อวัตรปฏิบัติ...สำหรับพระภิกษุสงฆ์วัดป่าน้ำโจน (พอสังเขป)
...ออกบิณฑบาต...
...ยามเช้า...
...นี่แหละ "อาหารทิพย์".. ไม่ได้ไปอ้อนวอนร้องขอ หลอกลวงต้มตุ๋น ปล้นจี้ หรือลักขโมยใคร...
...ฉลองศรัทธาญาติโยม...
...ให้พรญาติโยมที่มาทำบุญ...
พิจารณา..ก่อนฉัน 
...อาหารเหล่านี้ก็คือของปฏิกูล เรา"ฉัน" เข้าไปเพื่อประทังชีวิต เพื่อเลี้ยงซากปฏิกูล คือ ร่างกายเรานี่แหละ พอได้มีกำลังวังชาทำความพากความเพียรไม่ได้"ฉัน"ไปเพื่อบำรุงบำเรอกามราคะให้เพิ่มพูนแต่อย่างใด...บุญกุศลใดหากเกิดขึ้นแล้วมีขึ้นแล้วแก่ข้าพเจ้านี้ก็ขอ ให้สรรพสัตว์ทั้งหลายที่เสียสละสังขารเหล่านี้มาเป็นอาหารแก่ข้าพเจ้า ตลอดจนถึงผู้นำอาหารเหล่านี้มาถวายเป็นทานแก่ข้าพเจ้า จงเป็นผู้มีส่วนแห่งบุญนี้ด้วยจงทุกประการ..สาธุ...
โภชเนมัตตัญญุตา...รู้จักประมาณในการขบฉัน
..."ฉัน" เสร็จก็นำบาตรมาล้างให้สะอาด...
....แล้วก็เช็ดให้แห้งทั้งข้างนอกข้างใน...จะได้ไม่มีกลิ่นอับกลิ่นคาว...
...เสร็จแล้วจึงใส่ถลกบาตร ขาบาตร ให้เรียบร้อยก่อนนำไปผึ่งและเก็บที่กุฏิของใครของมันเป็นอันจบสิ้น
ภารกิจการ "ฉัน" อาหารในวันนี้ จะไม่มีการมานั่ง"ฉัน" อีกแล้ว ...นี่แหละ..อาสนะเดียว...
...ตากผ้า ผึ่งผ้า...
ร่วมกันทำข้อวัตรในการดูแลเสนาสนะ...กวาด ถู ทำความสะอาดศาลา
...กาสาวะ = น้ำฝาด ,พัสตร์ = ผ้า.. กาสาวพัสตร์ = ผ้าย้อมน้ำฝาด...
...ผ้านี้เรานุ่งห่มเพียงเพื่อป้องกันความอุจจาด  ป้องกันความร้อน ความหนาว ป้องกันเหลือบ ยุง   ริ้นไร เท่านั้น หาได้ต้องการอวดอ้างความร่ำรวยหรูหราไม่    จีวร = ผ้าห่ม , สบง = ผ้านุ่ง , สังฆาฏิ = ผ้าห่มซ้อนกันหนาว
เดินจงกรม
นั่งภาวนา
ฉันน้ำปานะตอนบ่าย...น้ำปานะ คือ น้ำคั้นจากผลไม้ หรือน้ำคั้นจากผลไม้ หรือน้ำอ้อย น้ำตาล น้ำหวาน น้ำผึ้ง ฯลฯ เหล่านี้เราฉันเพียงเพื่อประทังความอ่อนระโหย ไม่ได้ฉันเพื่อความอร่อยปากอร่อยลิ้นแต่อย่างใด
กวาดตาด...ทำความสะอาดลานวัด
...สวดมนต์ทำวัตรเย็น เพื่อระลึกถึงคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์...
...นั่งภาวนา...
...ฟังธรรมจากครูบาอาจารย์...
...การทำการงานชอบ..ความเพียรชอบ..สติชอบ   ก็คือ งานถอดงานถอน เพียรถอดเพียรถอน สติจดจ่ออยู่กับ
การถอดถอนกิเลสอาสวะออกจากจิตจากใจตัวเองนั่นแหละ...พระกำลังทำงานในที่ทำงานของท่าน...