นายจักรพันธ์  อริยะวงศ์(อ๊อด) อายุ 40 ปี การศึกษา :  รัฐศาสตร์บัณฑิต  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
นิติศาสตร์บัณฑิต  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์    อาชีพ : ธุรกิจส่วนตัว

.    คุณนับว่าเป็นคนรุ่นใหม่คือ มีความรู้ความสามารถ มีการศึกษาตลอดจนหน้าที่การงานดี...แล้วคุณคิดอย่างไร
ถึงได้มาปฏิบัติธรรมอยู่ในวัดที่อยู่ป่าอยู่ดง  โดยปราศจากเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ แม้กระทั่งไฟฟ้าอย่างนี้ ?

      “...  ผมมีประสบการณ์ทำงานมาประมาณ 15 ปี  ทั้งในการเป็นพนักงานของบริษัทเอกชน และเป็นเจ้าของกิจการ  ผมคิดว่าไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานภาพใดในการทำงาน  สิ่งที่จะเป็นเครื่องประกันความสำเร็จของงานแต่ละประเภท  ไม่ใช่ว่าเรียนมาน้อยหรือเรียนมามาก , เก่งหรือไม่เก่ง  ,  มีเงินน้อยหรือมีเงินมาก  สำหรับผมแล้วเชื่อว่าหากเราได้ใช้สติของเรากำกับการตัดสินใจในแต่ละเรื่องความผิดพลาดก็คงเกิดขึ้นได้น้อย  ดังนั้นการฝึกสติของเราให้เข้มแข็งไม่หวั่นไหวต่อปัจจัยภายนอกที่เข้ามากระทบนั้นจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง  ผมจึงใช้แนวทางของพุทธศาสนาของเราเป็นหลักในการปฏิบัติ     และการปฏิบัติให้เกิดผลดีนั้นก็ต้องเป็นสถานที่ที่สงบจริงๆ  เอาตัวเราเข้าใกล้ชิดธรรมชาติมากที่สุด  ซึ่งผมว่าวัดป่าน้ำโจนแห่งนี้ครับเป็นที่ๆ เหมาะสมมาก...”
       .   เข้าวัดปฏิบัติธรรมอย่างนี้ไม่กลัวคนเขาว่า “ ล้าหลังคร่ำครึ  ตกกระแส หรือเป็นคนมีปัญหาหรือ?

        “...  คนรุ่นผมคงไม่ค่อยคิดเรื่องทันสมัย หรือทำตัวอยู่ในกระแสหรือเปล่า  เพราะส่วนใหญ่จะคุยกันเรื่องการทำมาหากิน  หรือไม่ก็เรื่องครอบครัว  ดังนั้นเวลามีการคุยกันเรื่องเกี่ยวกับการทำบุญ , ศาสนา  ทุกคนก็จะเห็นว่าเป็นเรื่องดีงาม  ผมเชื่อว่ายังมีคนในสังคมไทยอีกมากที่เข้าใจในเรื่องการปฏิบัติตามแนวทางของพุทธศาสนาว่าเป็นสิ่งที่สมควรปฏิบัติ...” 

  .  แล้วคุณคิดว่าคุณได้อะไรบ้างกับการมาปฏิบัติธรรมอย่างนี้?

         “...   ในขณะที่คิดและตัดสินใจว่าจะมาปฏิบัติธรรมที่วัดนี้  ผมไม่ได้ตั้งความหวังอะไรไว้มากนัก  หวังเพียงว่า  จะได้ฝึกสมาธิโดยที่ไม่มีเรื่องใดๆ มารบ กวน และก็ได้ในสิ่งที่ตั้งใจไว้     แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่มีค่าอย่างมากคือ ธรรมะที่พระอาจารย์สั่งสอนตลอดระยะเวลาที่อยู่ที่นี่  อาทิเช่น  เรื่องธรรมะของการอยู่ร่วมกัน  ฯลฯ คำสั่งสอนของพระอาจารย์เพียงไม่กี่คำ  แต่เราสามารถนำมาเป็นหลักยึดเหนี่ยวในการดำรงชีวิตอย่างมีปัญญาได้ เป็นอย่างดี...”