ประมวลภาพกิจกรรมของ...นิสิตแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร มาพักปฏิบัติธรรม วัดป่าน้ำโจน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ - 2 มีนาคม 2557
*
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
ภาคค่ำ...ท่านพระอาจารย์นำคณะนิสิตแพทย์ และอาจารย์ ของ มหาวิทยาลัยนเรศวร สวดมนต์ทำวัตรเย็น
เพื่อสรรเสริญคุณพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา, พุทธัง ภะคะวันตัง อภิวาเทมิ.
พระผู้มีพระภาคเจ้า, เป็นพระอรหันต์ดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์สิ้นเชิง
ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง ข้าพเจ้าขออภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า, ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, ธัมมังนะมัสสามิ.
พระธรรมเป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้า, ตรัสไว้ดีแล้ว , ข้าพเจ้าขอนมัสการ พระธรรม
สุปะฏิปปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สังฆัง นะมามิ.
พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า, ปฏิบัติดีแล้ว ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระสงฆ์ 
ท่านพระอาจารย์นำนั่งสมาธิภาวนา
เพื่อฝึกจิต...ให้สงบนิ่งเมื่อมีสิ่งเร้ามากระทบ...มันจะได้ไม่หวั่นไหวมาก ทุกข์มากจนเกินไป
ขออนุโมทนาบุญกับ...พอ.นพ.ทวีศักดิ์  นพเกษร
โสต ศอ นาสิก แพทย์ รองคณบดีฝ่ายกิจการนิสิต คณะแพทยศาสตร์ รพ.มหาวิทยาลัยนเรศวร ด้วยนะคะ
พักสมอง...ด้วยการภาวนา
 ...แผ่เมตตาหลังจากนั่งภาวนาเสร็จ...
สาธุ
...บุญกุศลใดหากเกิดขึ้นแล้วมีขึ้นแล้วแก่ข้าพเจ้านี้ ก็ขอให้สรรพสัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตาย อยู่ในวัฏสงสารนี้ ทุกผู้ทุกคน
ทุกรูปทุกนาม ทุกตัวทุกตน โดยเฉพาะองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ผู้ทรงคุณของแผ่นดิน ขอจงเป็นผู้มีส่วนแห่งบุญนี้ด้วย
หากตกทุกข์ก็ขอให้พ้นจากทุกข์ ถ้าถึงสุขแล้วก็ขอให้สุขยิ่ง ๆ ขึ้นไป ...สาธุ
ฟังธรรมจากท่านพระอาจารย์
             

           "...วิถีชีวิตที่พวกคุณเลือกเดินมาทางนี้(เป็นหมอ)...ก็คงคิดที่จะเป็นที่พึ่งของคนเจ็บไข้ได้ป่วยนั่นหล่ะถูกแล้ว...นับว่ามีจิตเจตนาที่เป็นบุญเป็นกุศลน่าอนุโมทนาเป็นอย่างยิ่ง...แต่ก่อนที่จะให้คนอื่นได้พึ่ง พวกคุณจำเป็นที่จะต้องพึ่งตัวเองให้ได้เสียก่อน...คือนอกจากจะขยันมุ่งมั่นใฝ่หาความรู้ในทางวิชาการแล้ว พวกคุณจะต้อง เข้มแข็งมากทั้งร่างกายและจิตใจ...โดยเฉพาะทางด้าน "จิตใจ" นี่แหละสำคัญที่สุด...ตาผ่านรูปให้เฉย ๆ หูก็ผ่านเสียงให้เฉย ๆ แต่ตัว "ประมวลผล" ที่อยู่ภายในนี่แหละที่จะนำทุกข์หรือสุขมาให้พวกเรา ๆ ท่าน ๆ ทั้งหลาย...พวกคุณจะต้องทนต่อ "แรงกดดัน" จากหลากหลายเรื่องราว หลากหลายผู้คน มากกว่าคนธรรมดาทั่ว ๆ ไป ถ้าพวกคุณไม่ "นิ่ง" (จิตใจ) นั่นหมายถึง "ความเสี่ยง" ของชีวิตคนไข้ ของคนตกทุกข์ได้ยากที่หวังมาพึ่งวิชาความรู้...ความเมตตา...ความเอื้ออารีของพวกคุณ...จงจำไว้อยู่เสมอ "เราไม่สามารถไปบังคับสรรพสิ่งให้ได้ดั่งใจเราเสมอไป เรามีสิทธิ์เพียงแค่รู้จักบริหารจัดการตัวเองให้สามารถอยู่ร่วมกับสรรพสิ่งที่ไม่ "เสถียร" ไม่จีรังยั่งยืนแปรปรวนเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาแบบนี้ให้ได้เท่านั้นแหละ"...อย่างคนนั้นไม่ดี คนนี้ไม่ดี ก็เลยทำให้เราทุกข์...ต้องให้ "เขาเหล่านั้น" หรือ "สิ่งเหล่านั้น" ปรับตัวเข้าหาเราให้ได้ดั่งใจเราซะก่อน เราจึงจะพอใจจึงจะมีความสุข...ชาตินี้ก็..."ฝันได้แต่อย่าหวัง" หล่ะนะ...คนไม่ดีทำสิ่งไม่ดีมันก็ถูกแล้ว...Standard ของคนเลวก็ต้องทำเลว...ถ้าเขาทำดีเขาก็ต่ำกว่ามาตราฐานของเขาแล้ว...ที่สำคัญเราอยู่ร่วมกับคนที่มีกิเลสด้วยกันมากกว่าอยู่ร่วมกับผู้หมดกิเลสแล้ว การกระทบกระทั่งกันย่อมจะมีบ้างเป็นธรรมดา...เพราะคนมีกิเลสมันก็ผิดพลาดได้ด้วยกันทั้งนั้นแหละไม่ว่าเขาหรือเรา...ตรงนั้นเขาอาจจะด้อย ก็เลยดูเหมือนว่าเราจะดี...แต่ในส่วนที่ดีของเขา เราอาจจะด้อยก็ได้...ซึ่งความจริงแล้วไม่ว่าคุณจะดีหรือเลวปฏิบัติธรรมหรือไม่ปฏิบัติธรรม คุณก็จะต้องประสบพบเจอกับทั้งสองอย่าง คือ ทั้งคนดีหรือคนเลว ทั้งสิ่งดีหรือสิ่งเลว...มันเป็นแบบนี้อยู่แล้ว...เพราะฉะนั้นอะไรที่พอจะพูดจะคุยกันได้ก็พูดคุยกันไป หากพูดไปแล้วจะเป็นเหตุให้เดือดร้อนวุ่นวายก็เว้นซะ...เขายอมรับเรา เราก็คุยด้วย ก็คบหาสมาคมกันไป...หากเขาไม่ยอมรับเราก็เป็นสิทธิ์ของเขา ก็อย่าไปยุ่งกับเขาอย่าไปละเมิดเขา...มันก็จบ !!!
             อย่างพระพุทธเจ้า พระองค์ไปบิณฑบาต พระองค์ก็ไม่ได้ถามชาวบ้านว่า..."ดูก่อนคุณโยม!คุณโยมหมดกิเลสแล้วหรือยังจึงมาใส่บาตรตถาคตนี่ ? " หรือว่า "เอ!พระอรหันต์อยู่ที่ไหนหนอเราตถาคตจะไปโปรด..." พระองค์ก็ไม่ได้ว่าอย่างนั้น...พระองค์ก็ไปโปรดคนมีกิเลส...พระองค์ก็เมตตาสงสารคนที่มีกิเลสนี่แหละ ถ้าพอจะบอกได้สอนได้ พระองค์ก็ทรงบอกทรงสอน หากบอกไม่ได้สอนไม่ได้ก็ทรงอุเบกขาวางเฉยไม่ไปซ้ำเติมใครให้เดือดร้อน..
             ...แล้วพวกเรา ๆ ท่าน ๆ ทั้งหลายที่กิเลสยังมีอยู่เต็มหัวใจ แต่ยังไปรังเกียจดูถูกเหยียดหยามคนมีกิเลสด้วยกันจนเกินไป มันก็คงจะมีแต่ "ทุกข์" กับ "ทุกข์" เท่านั้นแหละ อย่าว่าแต่ชาตินี้เลย ต่อให้ชาติหน้าภพหน้าก็ยัง "ทุกข์" อีก...ถ้ายังไม่เปลี่ยนมุมมองใหม่ เปลี่ยนกระบวนการคิดใหม่ซะเดี๋ยวนี้..."                                                                                                                                                                            

                                                                                                                                                                                                   (ท่านพระอาจารย์อังคาร)

ร่าเริงในธรรม
ภาคเช้า...มีกิจกรรมร่วมกัน
ฝึก...ธรรมะในการอยู่ร่วม
รอใส่บาตรท่านพระอาจารย์หลังจาก...ที่ท่านกลับจากบิณฑบาตในหมู่บ้าน
ขออนุโมทนาบุญกับน้อง ๆ ทุก ๆ ท่าน ด้วยนะคะ
น้อง ๆ ฝึกปรนนิบัติครูบาอาจารย์...นี่แหละลูกศิษย์ "พระป่า" ที่แท้จริง
 
ถวายจังหันท่านพระอาจารย์ร่วมกัน
ขอความสุขสวัสดีจงมีแด่ท่านทุกเมื่อเทอญ...สาธุ
อร่อยร่วมกัน...ฮิ ฮิ ฮิ
และ...ก็ล้างร่วมกัน ...ช่วยกันทำ ช่วยกันกิน...นี่ก็เป็นธรรมอย่างหนึ่งในกลุ่มผู้มีธรรมไม่ควรมองข้าม ..."ธรรมะแห่งการอยู่ร่วม"
ให้กำลังใจเพื่อน ๆ เต็มที่เลยค่ะ
ภาคบ่าย...ท่านพระอาจารย์นำนั่งสมาธิภาวนา
จิตที่ฝึกดีล้วนำสุขมาให้
สนทนากับท่านพระอาจารย์
เก็บเกร็ดธรรมะ...เพื่อไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันต่อไป
ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก
Bye...Bye
สาธุ...ขออนุโมทนาบุญในกุศลจิตกับทุก ๆ ท่าน ด้วยค่ะ ขอให้ท่านเจริญรุ่งเรืองทั้งทางโลกและทางธรรมยิ่ง ๆ ขึ้นไปนะคะ