ประมวลภาพ...ที่นิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 2 คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดโครงการค่ายส่งเสริมจริยธรรมและพัฒนาจิตใจ ชมรมพระพุทธศาสนา ครั้งที่ 1 ประจำปีการศึกษา 2559 ซึ่งมี นายแพทย์จตุวิทย์   หอวรรณภากร รองคณบดีฝ่ายกิจการนิสิต (ที่ปรึกษาโครงการ) ในการจัดโครงการครั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 - 26 กุมภาพันธ์ 2560วัดป่าน้ำโจน ต.พันชาลี อ.วังทอง จ.พิษณุโลก ขออนุโมทนาบุญในกุศลจิตกับทุก ๆ ท่าน ด้วยนะคะ
                               *
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
กิจกรรมตอนค่ำ...ท่านพระอาจารย์อังคาร   อัคคธัมโม นำสวดมนต์ทำวัตรเย็น บูชาคุณพระรัตนตรัย
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
อิติปิ โส ภะคะวา, เพราะเหตุอย่างนี้ ๆ พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น
อะระหัง, เป็นผู้ไกลจากกิเลส
สัมมาสัมพุทโธ, เป็นผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
วิชชาจะระณะสัมปันโน, เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ
สุคะโต, เป็นผู้ไปแล้วด้วยดี
โลกะวิทู, เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง
อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ, เป็นผู้สามารถฝึกบุรุษที่สมควรฝึกได้ อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า
สัตถา เทวะมะนุสสานัง, เป็นครูผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
พุทโธ, เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม
ภะคะวาติ. เป็นผู้มีความจำเริญ จำแนกธรรมสั่งสอนสัตว์ ดังนี้.
 
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม, พระธรรม เป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ดีแล้ว

สันทิฏฐิโก, เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติ พึงเห็นได้ด้วยตนเอง
อะกาลิโก, เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ และให้ผลได้ไม่จำกัดกาล
เอหิปัสสิโก, เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกับผู้อื่นว่า ท่านจงมาดูเถิด
โอปะนะยิโก,
เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว
ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหี ติ. เป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน ดังนี้.
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *
สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด ปฏิบัติดีแล้ว
อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด ปฏิบัติตรงแล้ว
ญายปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรมเป็นเครื่องออกจากทุกข์แล้ว
สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า หมู่ใด ปฏิบัติสมควรแล้ว
ยะทิทัง, ได้แก่บุคคลเหล่านี้ คือ
จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา, คู่แห่งบุรุษ ๔ คู่ นับเรียงตัวบุรุษ ได้ ๘ บุรุษ
เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, นั่นแหละ สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า
อาหุเนยโย, เป็นสงฆ์ควรแก่สักการะที่เขานำมาบูชา
ปาหุเนยโย, เป็นสงฆ์ควรแก่สักการะที่เขาจัดไว้ต้อนรับ
ทักขิเณยโย, เป็นผู้ควรรับทักษิณาทาน
อัญชะลีกะระณีโย, เป็นผู้ที่บุคคลทั่วไปควรทำอัญชลี
อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ. เป็นเนื้อนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า ดังนี้.
 
    ต่อจากนั้น...ท่านพระอาจารย์นำน้อง ๆ นิสิตแพทย์
และผู้ที่มาพักปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิภาวนา
คุณณัฐวุฒิ   ปั้นลี้
นักประชาสัมพันธ์งานกิจการนิสิต
และศิษย์เก่าสัมพันธ์
คณะแพทยศาสตร์
มหาวิทยาลัยนเรศวร
(รับผิดชอบมาเป็นผู้ดูแลน้อง ๆ
นิสิตแพทย์ที่จัดทำโครงการ
มาในครั้งนี้
)
คุณสวรส   พึ่งประดิษฐ์
นิสิตแพทย์ชั้นปีที่ 2
คณะแพทยศาสตร์
มหาวิทยาลัยนเรศวร
(ประธานชมรม
พระพุทธศาสนา
)
หายใจเข้า พุท...หายใจออก โธ... พุทโธ พุทโธ
***บุญอย่างยิ่งคือบุญแห่งการภาวนา***
...แผ่เมตตาหลังจากนั่งภาวนาเสร็จ... 
สาธุ...บุญกุศลใดหากเกิดขึ้นแล้วมีขึ้นแล้วแก่ข้าพเจ้านี้ ก็ขอให้สรรพสัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตาย อยู่ในวัฏสงสารนี้
ทุกผู้ทุกคน
ทุกรูปทุกนาม ทุกตัวทุกตน โดยเฉพาะองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ผู้ทรงคุณของแผ่นดิน
ที่เสด็จสวรรคตไปแล้ว ขอจงเป็นผู้มีส่วนแห่งบุญนี้ด้วย หากตกทุกข์ก็ขอให้พ้นจากทุกข์ ถ้าถึงสุขแล้วก็ขอให้สุขยิ่ง ๆ ขึ้นไป ...สาธุ
ฟังธรรม - สนทนาธรรม กับท่านพระอาจารย์

                                                                                                                                                         ทำใจให้เป็นธรรม

      "...การมาปฏิบัติธรรมไม่ใช่มาเรียนรู้การปฏิเสธสังคม แต่ต้องมาตอกย้ำว่า "มนุษย์เป็นสัตว์สังคม" ...และที่สำคัญมันเป็นสังคมที่ซับซ้อนวุ่นวายแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันโดยส่วนมากซะด้วย...เนื่องเพราะแต่ละคนก็ยังมีกิเลส ตัณหา อุปาทาน อยู่เพียบ ไม่ว่าเขาว่าเรา...ด้วยเหตุนี้พอมีโอกาสมีเวลาได้มาอยู่ร่วมกันตรงนี้ ก็ให้ตั้งใจ...ตั้งใจที่จะควบคุมความรู้สึกที่มันจะไปละเมิดเบียดเบียนผู้อื่นทั้งทาง กาย วาจา แล้วก็ใจ...สำคัญที่สุดก็คือ "ใจ" นั่นแหละ เพราะกิเลสมันอยู่ที่ "ใจ" ถ้าดักไม่ทันมันก็หลุดออกมาทาง "วาจา" แล้วก็ทาง "กาย" แล้วก็นำความเดือดร้อนวุ่นวายกลับไปเผาตัวเอง ก็คือ "ใจที่หลง" นั่นแหละ..."มุมตกเท่ากับมุมสะท้อน"
            ...ฝืนเอา อดทนเอา มองคนอื่นมองในมุมที่ว่า "เขาต้องการความช่วยเหลือมั๊ย ?" แล้วเรามีศักยภาพพอที่จะช่วยได้หรือเปล่า ?...สำหรับความผิดพลาดของคนอื่นนั้น ถ้าไม่อยู่ใน "วิสัยที่จะบอกสอน" ก็อย่าไป "ละเมิด" ...เราไม่มีหน้าที่ ๆ จะไปซ้ำเติมเขา...ถ้าจะทำได้ก็เพียงแค่นำมาเป็นอุทาหรณ์สอนตัวเองว่าอย่าไปทำแบบนี้มันไม่ดี...มันจะนำความเดือดร้อนมาให้ในภายหลัง แบบนี้...
...ส่วนความดีงามของคนอื่นก็อย่าไป "อิจฉาริษยา" ให้รู้จักยินดีรู้จักอนุโมทนากับความสำเร็จ ความเจริญรุ่งเรืองของเขาแล้วก็พร้อมที่จะนำมาประยุกต์ใช้กับวิถีชีวิตของตัวเอง...
            ...เท่านี้ก็พยายามทำให้ได้ก่อนเถอะ...วันข้างหน้ามันก็จะต่อยอดไปเองนั่นแหละ เรื่อง "ความสงบ" เรื่อง "ปัญญารู้รอบในกองสังขาร"...แค่อยู่กับคนด้วยกันยังยาก..."สวรรค์" จะมีที่ว่างให้รึ !!!...ไม่ต้องไปพูดถึงหรอก "พระนิพพาน" น่ะ!!!..."


                                                                                                     (บางตอนในการบรรยายธรรมโดย ท่านพระอาจารย์อังคาร   อัคคธัมโม)
บรรยากาศในการฟังธรรม ...เฮฮาอย่างมีสาระธรรม
กิจกรรมในตอนเช้า
"ธรรมะแห่งการอยู่ร่วม" ซึ่งเป็นธรรมขั้นพื้นฐาน ในวิถีของผู้ปฏิบัติ...ช่วยกันทำ ช่วยกันกิน
ร่วมกันใส่บาตรท่านพระอาจารย์
น้อง ๆ นิสิตแพทย์ ตั้งใจทำบุญตักบาตร
บรรยากาศดี ๆ ในวันดี ๆ ที่ได้มาเจอพระ
ผู้ที่มาพักปฏิบัติธรรมที่วัดได้ร่วมกันใส่บาตรท่านพระอาจารย์
ขออนุโมทนาบุญกับทุก ๆ ท่าน ด้วยนะคะ
คุณยายนันทนา   นาคอินทร์ ผู้บุกเบิกวัดป่าน้ำโจน พร้อมกับหลาน ๆ ที่เป็นกำลังหลักของวัด... ร่วมกันใส่บาตรท่านพระอาจารย์
สาธุ...สาธุ...สาธุ
หลังจากใส่บาตรท่านพระอาจารย์เสร็จก็มาพร้อมกันที่... "ศาลาปราบเซียน" ของวัดป่าน้ำโจน
น้มถวายจังหันและสิ่งจำเป็นต่อสมณะบริโภค
บรรยากาศภายในศาลาในช่วงถวายจังหันแด่ท่านพระอาจารย์
ท่านพระอาจารย์อนุโมทนาให้พรแก่ญาติโยม
ยัสสะ สัทธา ตะถาคะเต อะจะลา สุปะติฏฐิตา สีลัญจะ ยัสสะ กัลยาณัง อะริยะกันตัง ปะสังสิตัง
ศรัทธาในพระตถาคตของผู้ใด ตั้งมั่นอย่างดี ไม่หวั่นไหว และศีลของผู้ใดงดงาม เป็นที่สรรเสริญที่พอใจ ของพระอริยเจ้า
สังเฆ ปะสาโท ยัสสัตถิ อุชุภูตัญจะ ทัสสะนัง อะทะฬิทโทติตัง อาหุ อะโมฆันตัสสะ ชีวิตัง
ความเลื่อมใสของผู้ใด มีในพระสงฆ์ และความเห็นของผู้ใดตรงบัณฑิตกล่าวเรียกเขาผู้นั้นว่า คนไม่จน ชีวิตของเขาไม่เป็นหมัน
ตัสมา สัทธัญจะ สีลัญจะ ปะสาทัง ธัมมะทัสสะนัง อะนุยุญเชถะ เมธาวี สะรังพุทธานะ สาสะนันติ
เพราะฉะนั้น เมื่อระลึกได้ ถึงคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าอยู่ ผู้มีปัญญาควรสร้างศรัทธา ศีล ความเลื่อมใส และความเห็นธรรม ให้เนือง ๆ
สาธุ...สาธุ...สาธุ
น้อง ๆ นิสิตแพทย์และญาติโยมทั้งหมด... ได้ร่วมกันรับประทานอาหารในส่วนของโรงครัว
อาหารในป่า...แบบบุปเฟ่ต์
กิจกรรมตอนบ่าย...ท่านพระอาจารย์ เมตตาออกมาพูดคุยกับเด็ก ๆ
ฟังธรรม...และสิ่งดี ๆ จากท่านพระอาจารย์เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตข้างหน้าต่อไป

            "...วิถีชีวิตที่พวกคุณเลือกเดินมาทางนี้(เป็นหมอ)...ก็คงคิดที่จะเป็นที่พึ่งของคนเจ็บไข้ได้ป่วยนั่นหล่ะถูกแล้ว...นับว่ามีจิตเจตนาที่เป็นบุญเป็นกุศลน่าอนุโมทนาเป็นอย่างยิ่ง...แต่ก่อนที่จะให้คนอื่นได้พึ่ง พวกคุณจำเป็นที่จะต้องพึ่งตัวเองให้ได้เสียก่อน...คือนอกจากจะขยันมุ่งมั่นใฝ่หาความรู้ในทางวิชาการแล้ว พวกคุณจะต้อง เข้มแข็งมากทั้งร่างกายและจิตใจ...โดยเฉพาะทางด้าน "จิตใจ" นี่แหละสำคัญที่สุด...ตาผ่านรูปให้เฉย ๆ หูก็ผ่านเสียงให้เฉย ๆ แต่ตัว "ประมวลผล" ที่อยู่ภายในนี่แหละที่จะนำทุกข์หรือสุขมาให้พวกเรา ๆ ท่าน ๆ ทั้งหลาย...พวกคุณจะต้องทนต่อ "แรงกดดัน" จากหลากหลายเรื่องราว หลากหลายผู้คน มากกว่าคนธรรมดาทั่ว ๆ ไป ถ้าพวกคุณไม่ "นิ่ง" (จิตใจ) นั่นหมายถึง "ความเสี่ยง" ของชีวิตคนไข้ ของคนตกทุกข์ได้ยากที่หวังมาพึ่งวิชาความรู้...ความเมตตา...ความเอื้ออารีของพวกคุณ...จงจำไว้อยู่เสมอ "เราไม่สามารถไปบังคับสรรพสิ่งให้ได้ดั่งใจเราเสมอไป เรามีสิทธิ์เพียงแค่รู้จักบริหารจัดการตัวเองให้สามารถอยู่ร่วมกับสรรพสิ่งที่ไม่ "เสถียร" ไม่จีรังยั่งยืนแปรปรวนเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาแบบนี้ให้ได้เท่านั้นแหละ"...อย่างคนนั้นไม่ดี คนนี้ไม่ดี ก็เลยทำให้เราทุกข์...ต้องให้ "เขาเหล่านั้น" หรือ "สิ่งเหล่านั้น" ปรับตัวเข้าหาเราให้ได้ดั่งใจเราซะก่อน เราจึงจะพอใจจึงจะมีความสุข...ชาตินี้ก็..."ฝันได้แต่อย่าหวัง" หล่ะนะ...คนไม่ดีทำสิ่งไม่ดีมันก็ถูกแล้ว...Standard ของคนเลวก็ต้องทำเลว...ถ้าเขาทำดีเขาก็ต่ำกว่ามาตราฐานของเขาแล้ว...ที่สำคัญเราอยู่ร่วมกับคนที่มีกิเลสด้วยกันมากกว่าอยู่ร่วมกับผู้หมดกิเลสแล้ว การกระทบกระทั่งกันย่อมจะมีบ้างเป็นธรรมดา...เพราะคนมีกิเลสมันก็ผิดพลาดได้ด้วยกันทั้งนั้นแหละไม่ว่าเขาหรือเรา...ตรงนั้นเขาอาจจะด้อย ก็เลยดูเหมือนว่าเราจะดี...แต่ในส่วนที่ดีของเขา เราอาจจะด้อยก็ได้...ซึ่งความจริงแล้วไม่ว่าคุณจะดีหรือเลวปฏิบัติธรรมหรือไม่ปฏิบัติธรรม คุณก็จะต้องประสบพบเจอกับทั้งสองอย่าง คือ ทั้งคนดีหรือคนเลว ทั้งสิ่งดีหรือสิ่งเลว...มันเป็นแบบนี้อยู่แล้ว...เพราะฉะนั้นอะไรที่พอจะพูดจะคุยกันได้ก็พูดคุยกันไป หากพูดไปแล้วจะเป็นเหตุให้เดือดร้อนวุ่นวายก็เว้นซะ...เขายอมรับเรา เราก็คุยด้วย ก็คบหาสมาคมกันไป...หากเขาไม่ยอมรับเราก็เป็นสิทธิ์ของเขา ก็อย่าไปยุ่งกับเขาอย่าไปละเมิดเขา...มันก็จบ !!!
             อย่างพระพุทธเจ้า พระองค์ไปบิณฑบาต พระองค์ก็ไม่ได้ถามชาวบ้านว่า..."ดูก่อนคุณโยม!คุณโยมหมดกิเลสแล้วหรือยังจึงมาใส่บาตรตถาคตนี่ ? " หรือว่า "เอ!พระอรหันต์อยู่ที่ไหนหนอเราตถาคตจะไปโปรด..." พระองค์ก็ไม่ได้ว่าอย่างนั้น...พระองค์ก็ไปโปรดคนมีกิเลส...พระองค์ก็เมตตาสงสารคนที่มีกิเลสนี่แหละ ถ้าพอจะบอกได้สอนได้ พระองค์ก็ทรงบอกทรงสอน หากบอกไม่ได้สอนไม่ได้ก็ทรงอุเบกขาวางเฉยไม่ไปซ้ำเติมใครให้เดือดร้อน..
             ...แล้วพวกเรา ๆ ท่าน ๆ ทั้งหลายที่กิเลสยังมีอยู่เต็มหัวใจ แต่ยังไปรังเกียจดูถูกเหยียดหยามคนมีกิเลสด้วยกันจนเกินไป มันก็คงจะมีแต่ "ทุกข์" กับ "ทุกข์" เท่านั้นแหละ อย่าว่าแต่ชาตินี้เลย ต่อให้ชาติหน้าภพหน้าก็ยัง "ทุกข์" อีก...ถ้ายังไม่เปลี่ยนมุมมองใหม่ เปลี่ยนกระบวนการคิดใหม่ซะเดี๋ยวนี้..."                                                                                                                                                                            

                                                                                         (บางตอนในการบรรยายธรรม โดย ท่านพระอาจารย์อังคาร  อัคคธัมโม)

ต่อจากนั้นท่านพระอาจารย์นำน้อง ๆ นิสิตแพทย์นั่งสมาธิภาวนา
ฝึกสติให้เข้มแข็ง...จิตจะได้มีกำลัง เมื่อไปกระทบกับสิ่งเร้าจะได้รู้เท่าทันอารมณ์ต่าง ๆ ที่มันจะผ่านเข้ามา ...จะได้ไม่ทุกข์มาก
...แผ่เมตตาหลังจากนั่งภาวนาเสร็จ... 
สาธุ...บุญกุศลใดหากเกิดขึ้นแล้วมีขึ้นแล้วแก่ข้าพเจ้านี้ ก็ขอให้สรรพสัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนเกิด แก่ เจ็บ ตาย อยู่ในวัฏสงสารนี้
ทุกผู้ทุกคน
ทุกรูปทุกนาม ทุกตัวทุกตน โดยเฉพาะองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ผู้ทรงคุณของแผ่นดิน
ที่เสด็จสวรรคตไปแล้ว ขอจงเป็นผู้มีส่วนแห่งบุญนี้ด้วย หากตกทุกข์ก็ขอให้พ้นจากทุกข์ ถ้าถึงสุขแล้วก็ขอให้สุขยิ่ง ๆ ขึ้นไป ...สาธุ
ร่วมกันทำข้อวัตรในช่วงบ่าย
กวาดลานวัด - ทำความสะอาดเสนาสนะภายในวัด
กิจกรรมของน้อง ๆ
ที่ต้องตอบข้อมูลเมื่อครบเวลาในวันกลับ ว่าได้อะไรไปบ้างจากการที่ได้มาที่นี่
ถือโอกาสถ่ายรูปร่วมกันไว้เป็นที่ระลึกก่อนกลับ...ขออนุโมทนาบุญกับน้อง ๆ ทุก ๆ คน ด้วยค่ะขอให้เจริญรุ่งเรืองทั้งทางโลกและทางธรรมยิ่ง ๆ ขึ้นไป นะคะ
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * ** * * * * * *