นางสาวสุพรรษา   ฉันทานุกูลวิวัฒน์ (แหม่ม) อายุ 26 ปี การศึกษา : ปริญญาตรี ธุรกิจการโรงแรม และท่องเที่ยว  มหาวิทยาลัยสยาม

อาชีพ : ธุรกิจส่วนตัว IM & EXP.

.    คุณนับว่าเป็นคนรุ่นใหม่คือ อายุยังน้อย มีความรู้ความสามารถมีการศึกษาตลอดจนหน้าที่การงานดี...แล้วคุณคิดอย่างไร
ถึงได้มาปฏิบัติธรรมอยู่ในวัดที่อยู่ป่าอยู่ดง  โดยปราศจากเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ แม้กระทั่งไฟฟ้าอย่างนี้ ?

 
   “... เพราะแหม่มเชื่อว่าคนทุก ๆ คน ย่อมต้องการสิ่งที่ดีให้กับตนเอง และที่นี่ คือสิ่งที่ดี ที่ทุกคนอยากมาปฏิบัติธรรม น้อยที่ ที่มีการปฏิบัติธรรมอย่างพอประมาณ ไม่มีการบังคับ แล้วแต่คนปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ประพฤติตนด้วยตนเอง ก่อนที่แหม่มจะมาปฏิบัติธรรมเคยคิดว่าอยากอยู่อย่างสงบ มีกฎระเบียบตามข้อปฏิบัติของวัดแต่ไม่มากเกินไป และไม่น้อยจนเกินไป ส่วนเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกนั้น โดยส่วนตัวคิดว่ามีแค่ห้องน้ำ และอาหารเท่านั้น ที่จำเป็น ท้ายสุดแล้วการจะปฏิบัติธรรมนั้น สิ่งอื่นได้หาเกี่ยวข้องด้วยไม่ แต่มันอยู่ที่ใจและตัวของเราเอง...”

.  เข้าวัดปฏิบัติธรรมอย่างนี้ไม่กลัวคนเขาว่า “ล้าหลังคร่ำครึ ตกกระแส หรือว่าเป็นคนมีปัญหา” หรือ ?


   “... เคยมีคนพูดแบบนี้เหมือนกัน แต่ไม่เป็นไร เพราะคนทุกคนย่อมมีโอกาสคิดพูดได้เหมือนกัน แต่การกระทำไม่เหมือนกัน การปฏิบัติธรรม ถือศีล ภาวนา มีมาหลายยุค หลายสมัยแล้ว ถ้าจะคิดให้ดี พระพุทธเจ้า พระพุทธศาสนา เราอาจจะเคยเรียน เคยปฏิบัติมาหลายภพ หลายชาติ แล้วก็ได้ เพียงแต่สภาพแวดล้อม และสถานะของเรา ณ ตอนนี้ อาจไม่ได้เป็นเช่นนั้น สภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปตามยุค ตามสมัย แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน ไม่ว่าจะเกิด กี่ภพ กี่ชาติ ก็ตาม คือ คำสอนของพระพุทธเจ้านั่นเอง...”

. แล้วคุณคิดว่าคุณได้อะไรบ้างกับการมาปฏิบัติธรรมอย่างนี้น่ะ?

   “... สิ่งที่ได้กลับไปก็คือ ความใจเย็น ความอดทน การอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข การพักผ่อนอย่างแท้จริง การอยู่อย่างไม่เบียดเบียนผู้อื่น และที่สำคัญ หากคุณจะเป็นใคร มียศฐาบันดาศักดิ์มากขนาดไหน ถ้าได้มาอยู่ในที่นี้คุณก็คือ คนธรรมดาสามัญชนคนหนึ่ง วัดป่าไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด บางทีคุณอาจจะชอบมันมากกว่าตัวคุณเองก็ได้...”