นางสาวศศิร์ธา  สงวนรัษฎ์ (กบ) อายุ 34 ปี การศึกษา : ปริญญาโท มหาวิทยาลัยรามคำแหง อาชีพ : พนักงานรัฐวิสาหกิจ ธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน)

      .    คุณนับว่าเป็นคนรุ่นใหม่คือ อายุยังน้อย มีความรู้ความสามารถมีการศึกษาตลอดจนหน้าที่การงานดี...แล้วคุณคิดอย่างไร
ถึงได้มาปฏิบัติธรรมอยู่ในวัดที่อยู่ป่าอยู่ดง  โดยปราศจากเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ แม้กระทั่งไฟฟ้าอย่างนี้ ?
 

       

     "....รู้สึกว่าตนเองโชคดีที่ได้มีโอกาสรู้จักกับวัดนี้โดยบังเอิญ เป็นวัดที่อยู่ไม่ไกล แต่มีความสงบเงียบ เป็นสถานที่ที่เหมาะกับการมาถือศีล เจริญภาวนา ได้รู้จักธรรมะเบื้องต้นจริง ๆ แล้วธรรมะเป็นสิ่งที่เรียบง่าย และมีอยู่รอบ ๆ ตัวเรา เพียงแต่เรานึกไม่ถึง วัดป่าน้ำโจนเป็นวัดในแบบที่ตนเองค้นหามานานและคิดว่าจะหาเวลามาถือศีลและเจริญภาวนาให้บ่อยที่สุดเท่าที่จะทำได้...."

    .   เข้าวัดปฏิบัติธรรมอย่างนี้ไม่กลัวคนเขาว่า “ล้าหลังคร่ำครึ ตกกระแส หรือว่าเป็นคนมีปัญหา” หรือ ?

       "...คนที่เข้าวัดปฏิบัติธรรมไม่ใช่คนที่ตกกระแส เพราะการปฏิบัติธรรมมีมาก่อนหน้านี้ตั้ง 2,500 กว่าปีมาแล้ว และการปฏิบัติธรรมก็ไม่ได้เป็นการทำตาม กันไปเหมือนที่คนส่วนใหญ่เรียกว่าทำตามกระแส การปฏิบัติธรรมเป็นสิ่งที่มนุษย์ปุถุชนทุกคนบนโลกใบนี้ควรจะต้องใส่ใจ สนใจ เพราะทุกคนเกิดมาย่อมต้องพบประสบปัญหาหากไม่ปฏิบัติธรรม สนใจศึกษาธรรมะ ก็จะไม่รู้วิธีแก้ปัญหาด้วยปัญญาได้ อายุของผู้ปฏิบัติธรรมไม่ใช่สิ่งสำคัญ ไม่จำเป็นต้องรอให้แก่ก่อนแล้วจึงจะเข้าวัด...ยิ่งแก่ก็ยิ่งเสียโอกาส...."

    .   แล้วคุณคิดว่าคุณได้อะไรบ้างกับการมาปฏิบัติธรรมอย่างนี้น่ะ?

        "....การปฏิบัติธรรมอย่างนี้ หากมองผิวเผินแล้วดูเหมือนจะไม่ได้อะไรแต่เมื่อปฏิบัติไปหลาย ๆ วันแล้วเราจะทราบด้วยตนเอง เหมือนอย่างที่พระอาจารย์บอก เราต้องรู้จักหน้าที่ตนเอง การอยู่ร่วมกับผู้อื่น การทำงานร่วมกัน การช่วยเหลือกัน รู้จักเคารพสิทธิของผู้อื่น สิ่งเหล่านี้เป็นธรรมะเบื้องต้น ที่จะช่วยต่อยอดให้การปฏิบัติธรรมของเราในลำดับต่อไปให้มีความก้าวหน้ายิ่งขึ้น...."