นางสาวธัญลักษณ์   จิตรโสภี (กบ) อายุ 32 ปี การศึกษา : ปริญญาตรี ศศ.บ. (การบัญชี) สถาบันราชภัฎจันทรเกษม, บธ.บ.
การบัญชี มหาวิทยาลัยราชภัฎพระนคร อาชีพ : ประกอบธุรกิจส่วนตัว สำนักงานบัญชี

.    คุณนับว่าเป็นคนรุ่นใหม่คือ อายุยังน้อย มีความรู้ความสามารถมีการศึกษาตลอดจนหน้าที่การงานดี...แล้วคุณคิดอย่างไร
ถึงได้มาปฏิบัติธรรมอยู่ในวัดที่อยู่ป่าอยู่ดง  โดยปราศจากเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ แม้กระทั่งไฟฟ้าอย่างนี้ ?


“... เมื่อแรกที่คิดจะมาปฏิบัติธรรมนั้น ไม่ได้คิดอะไรมาก นอกจากคำที่พูดกันว่าดี “ไปแล้วดีนะ” หรือที่หลวงพ่อบอกว่า “เฮโลพุทธ” นั่นแหละ ซึ่งยังขาดความรู้ ความเข้าใจอยู่มาก แต่เมื่อได้มาศึกษาคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ก็เรียกว่า ตามรอยพระศาสดา ที่ท่านสอนให้ทำบุญ ทำทาน ทำกุศล เมื่อปฏิบัติอย่างต่อเนื่องแล้ว จะทราบถึงความรู้สึกอิ่มใจ โปร่ง โล่ง เบาสบาย และเมื่อโอกาสมาถึงการปฏิบัติธรรม ก็เปรียบเสมือนการต่อยอด ทำให้มีความรู้ ความเข้าใจ ในศาสนามากขึ้น คือ มีทาน ศีล และภาวนา ตามลำดับ ซึ่งโดยส่วนตัวเข้าใจว่า ถ้าผู้ใดมาปฏิบัติธรรมแต่ยังขาดซึ่งการรักษาศีล หรือการมีจิตใจที่ดีงามในเบื้องต้นแล้วนั้น ก็ยากที่จะเข้าใจถึงการปฏิบัติธรรม และเมื่อตามรอยพระศาสดาแล้ว แทบไม่ต้องถามว่าทำไมถึงต้องมาปฏิบัติในวัดป่าที่ขาดซึ่งเครื่องอำนวยความสะดวกเช่นนี้ เพราะเมื่อถ้าสบายแล้ว มันจะเห็นทุกข์ได้อย่างไร...”

. เข้าวัดปฏิบัติธรรมอย่างนี้ไม่กลัวคนเขาว่า “ล้าหลังคร่ำครึ ตกกระแส หรือว่าเป็นคนมีปัญหา” หรือ ?


“... โดยส่วนตัวมองว่าการมาปฏิบัติธรรม มาดูจิต มาดูใจตนเอง นั่นเป็นผู้ที่โชคดีที่สุดแล้ว ได้รู้ ได้เห็น ได้เข้าใจ ในสิ่งที่คนอื่นเขาไม่เข้าใจ อ่านกระดาษแผ่นเดียวกัน ยังเข้าใจ มองเห็นกันคนละแบบ ไม่เคยสนใจ หรือแคร์ บุคคลภายนอกใด ๆ เพราะรู้ตัวเสมอว่ากำลังทำสิ่งใด เกิดมาชาตินี้อย่างน้อยก็ไม่เสียชาติเกิดแล้ว...”

. แล้วคุณคิดว่าคุณได้อะไรบ้างกับการมาปฏิบัติธรรมอย่างนี้น่ะ?


“... การมาปฏิบัติธรรมครั้งนี้ จากคำสอนของพระอาจารย์ทำให้ได้รับความกระจ่างในการปฏิบัติมากขึ้น ได้กัลยาณมิตรที่ดี ได้ครูบาอาจารย์เป็นหลักในการดำเนินตามรอยท่าน และได้รับความมั่นใจว่าไม่เดินหลงทางในชีวิตอีกต่อไป...”