นายภัคธร์ปพน   เจตวัฒน์ (เจต) อายุ 35 ปี การศึกษา : ปริญญาตรี วิทยาการคอมพิวเตอร์ สถาบันราชภัฎรำไพพรรณี อาชีพ : ประกอบธุรกิจส่วนตัว


 .    คุณนับว่าเป็นคนรุ่นใหม่คือ อายุยังน้อย มีความรู้ความสามารถมีการศึกษาตลอดจนหน้าที่การงานดี...แล้วคุณคิดอย่างไร
ถึงได้มาปฏิบัติธรรมอยู่ในวัดที่อยู่ป่าอยู่ดง  โดยปราศจากเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ แม้กระทั่งไฟฟ้าอย่างนี้ ?

 

“... เหยียบปูนอยู่ห้องแอร์ในกรุงเทพฯมานานหลายปี แทบไม่ได้เหยียบดิน มีโอกาสได้คืนสู่ธรรมชาติ ได้เหยียบดินก่อนตายคงจะดี อย่างน้อยก็ไม่ต้องรอให้ตายก่อน แล้วค่อยปล่อยสังขารสู่ดิน สู่ธรรมชาติ เรื่องความรวย ความจนนั้น ในกรุงเทพฯก็มีครบครัน แต่ความจน ความลำบากแบบธรรมชาติหายากมาก ได้มาที่นี้ ที่วัดป่าแห่งนี้ได้ทรมานตน ได้บังคับตนบ้างก็แปลกดี ที่ผ่านมาก็มีแต่ตามใจตัวเองเรื่อยไปก็สุขอีกแบบ คราวนี้ขัดใจ ฝืนใจตัวเองบ้าง ก็สุขใจอีกแบบ คงไม่ได้ตั้งใจให้บรรลุธรรม เพียงแค่ได้มาพักผ่อนจากความเครียดในเมือง มาป่าบ้างก็ได้พักผ่อนทางกายแล้วได้ของแถมคือ     พักผ่อนใจไปในคราวเดียวกันประหนึ่งว่าได้ไปพักรีสอร์ท      แต่คราวนี้เป็น “ธรรมะรีสอร์ท” รีสอร์ทของคนใฝ่ธรรม...”

 .  เข้าวัดปฏิบัติธรรมอย่างนี้ไม่กลัวคนเขาว่า “ล้าหลังคร่ำครึ ตกกระแส หรือว่าเป็นคนมีปัญหา” หรือ ?


“... ข้าพเจ้าเป็นขั้วที่ผ่านมาก็ไม่ค่อยสนใจคำพูดคน อยากทำอะไรก็ทำคราวนี้มาวัด มาป่า (วัดป่าน้ำโจน) ไม่เห็นต้องสนใจใคร ด้วยเป็นคนที่มั่นใจในตนเองสูง ทำชั่วก็เยอะ ทำดีบ้างจะเป็นไร ไปเที่ยวก็ไปหลายที่ เที่ยววัดบ้างจะเป็นไร อีกอย่างก็ขับรถมาเอง เติมน้ำมันเอง ก็รถตัวเอง เงินซื้อน้ำมันก็ของตัวเอง ไม่ต้องสนใจใคร ชั่วชีวิตหนึ่งสุดขั้วด้านเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์) ก็ได้ทำมาแล้ว ก็ไม่ได้อายใคร จะหันมาทำอะไรที่สุดขั้วด้านธรรมะบ้างจะเป็นไรไปแล้วจะอายไปทำไม...”

.  แล้วคุณคิดว่าคุณได้อะไรบ้างกับการมาปฏิบัติธรรมอย่างนี้น่ะ?


“... ได้ทำอะไรที่ไม่ทำมาก่อนก็แปลกไปอีกแบบ ที่ผ่านมา ผ่านการฝึกหนักมาเยอะตอนเป็นทหารก็เหนื่อยทั้งกายใจ แต่คราวนั้นทำเพื่อประเทศชาติ คราวนี้ได้ฝึกหนักก็เหนื่อยกาย    แต่ก็ไม่เหนื่อย    ได้ทั้งที่ฝืนใจตัวเองแต่กลับสุขใจ ที่มาไม่หวังจะได้อะไรแค่พาคนมา เหมือนเป็นสารถีพาคนมาปฏิบัติธรรมมาแล้วก็เลย
ทำ ๆ ไปกลับรู้สึกดีที่ได้ทำอย่างน้อยที่สุดก็ได้อากาศบริสุทธิ์เข้าปอดบ้าง สุขทั้งกายและใจ ตอนนี้ก็คงได้แค่นี่ที่เห็นเป็นรูปธรรม ส่วนนามธรรมอื่น ๆ ที่จะได้ข้าพเจ้าก็ไม่รู้ ที่พอสัมผัสได้คือ “สุขใจ” บุญบาป ยังไม่เห็น ฮา...ฮา...”

 

.