นายแพทย์วิทยา     พิเชฐวีรชัย (บุ๊ง)  อายุ : 27  ปี การศึกษา : : แพทยศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยมหิดล  อาชีพ : แพทย์

                              ประสบการณ์อยู่วัด.....ของ นายแพทย์วิทยา   พิเชฐวีรชัย  ณ วัดป่าน้ำโจน วันที่ 2 - 7 สิงหาคม  2555

           “...แรกเริ่มที่ได้มารู้จักวัดนี้ก็ด้วยความตั้งใจจะทำอะไรดี  ๆ ให้ตัวเองในช่วงหยุดยาวและเป็นวันพระด้วยก็เลยหาข้อมูลในอินเตอร์เนตว่ามีที่ไหนบ้างที่จะทำให้เราได้มาฝึกตัวเองและได้ทำบุญไปในตัวด้วย หาอยู่หลายวัดมากแล้วก็ได้มาเจอ    “วัดป่าน้ำโจน” พอได้อ่านข้อมูลจากเว็บของวัดแล้วรู้สึกว่าน่าจะเป็นวัดที่เหมาะกับตนเองเพราะอยู่แบบสมถะมาก ไม่มีไฟฟ้าให้ใช้ จึงตัดสินใจมาดูสถานที่ก่อน ได้มาเจอกับหลวงพ่ออังคาร พี่จุ๋มพาดูสถานที่พัก พอเห็นครั้งแรกในใจก็หวั่นเหมือนกันว่าเราจะสู้ความกลัวไหวหรือเปล่า แต่หลุดปากบอกหลวงพ่อไปแล้วว่าจะมาสุดท้ายยังไงก็ต้องมา สู้ตาย !!!       บทเรียนแรกที่เจอเลยตั้งแต่ยังไม่ได้มาอยู่วัด ก็คือตั้งใจชวนแฟนมาด้วยเพราะนานๆทีจะได้มาฝึกตัวเอง ได้ทำบุญ แต่แฟนมาไม่ได้เนื่องจากต้องกลับบ้านไปหาพ่อกับแม่ ตอนแรกผมรู้สึกอารมณ์ไม่ค่อยดีเพราะคิดว่าทำไมไม่ยอมมาด้วยกัน นาน ๆ จะได้มีโอกาสอย่างนี้  พอเวลาผ่านไปสักพักก็เริ่มคิดได้ว่าเรากำลังยึดติดในบุญทำให้เป็นทุกข์ เหมือนกับที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า การยึดมั่นในธรรมก็เป็นทุกข์  เมื่อก่อนไม่เข้าใจ เจอเหตุการณ์นี้ได้ซึ้งเลยว่าพระพุทธเจ้าสอนไม่ผิด เพราะสุดท้ายการยึดมั่นทุกอย่างมันก็ทุกข์ทั้งนั้น
               พอได้มาอยู่ที่วัดนี้มีสิ่งอื่นอีกหลายสิ่งที่ได้เรียนรู้ ตั้งแต่การกวาดลานวัด การนั่งสมาธิ การดูแลหลวงพ่อ การเดินตามหลวงพ่อบิณฑบาต การถูพื้น
                    การกวาดลานวัด กวาดไปรอบนึงลมพัดใบไม้ร่วงมาอีก แบบนี้กวาดเมื่อไรจะหมด ก็เหมือนกับใจของเราเราต้องคอยทำความสะอาดเสมอ มันมีทางที่จะสะอาดตลอด มันต้องโดนสิ่งต่าง ๆ มาทำให้สกปรกเสมอทำให้ขุ่นข้องหมองใจเราจึงต้องหมั่นทำความสะอาดจิตใจตนเอง ดูใจตนเอง ถ้าเมื่อไรขี้เกียจ ใจก็จะสกปรกเหมือนลานวัดที่ไม่ถูกกวาดนั่นเอง
การนั่งสมาธิเหมือนกันใครว่านั่งง่าย ๆ ปกติก็นั่งแค่ครึ่งชั่วโมงเมื่อยแล้วก็หยุด อ่านหนังสือมาก็เยอะว่าหลวงปู่มั่น หลวงปู่ชาทำอย่างไรเวลานั้นแต่เราก็ไม่ได้ทำอะไรเลย พอมาอยู่ที่นี่โดนหลวงพ่อบังคับทำให้เป็นอะไรมากขึ้น เวลาปวดไม่ใช่แค่ทนแต่ต้องรู้จักเอามาใช้ให้เป็นประโยชน์ ทำให้เรารู้คุณค่าของการนั่งนาน ๆ ว่ามันได้อะไรมากกว่าแค่ดูจิตชั่วคราว เวลาแค่ครึ่งชั่วโมงไม่ได้อะไรจริง ๆ เมื่อยแล้วก็เลิก เรื่องนี้ผมบรรยายไม่ถูกเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องรู้ด้วยตนเองจริง ๆ
           การดูแลหลวงพ่อ คอยล้างเท้า ล้างบาตร จัดอาสนะ ตอนแรก ๆ ก็คิดว่าทำไมต้องทำขนาดนี้ด้วย เดี๋ยวท่านก็ไม่ได้ทำเองสักอย่างเลยสิ อยู่ไปสักพักถึงได้รู้ว่ามันเป็นคุณธรรมอย่างหนึ่งที่เราได้ดูแลผู้มีคุณ เพราะหลวงพ่อเป็นผู้สอนให้ประชาชนเห็นธรรม จึงเป็นหน้าที่พวกเราที่ต้องดูแลท่านนั่นเอง คิดไปคิดมาอยู่ๆก็ย้อนคิดไปถึงพ่อแม่ ท่านก็เป็นผู้มีพระคุณของเราเหมือนกัน มากจนเกินจะบรรยาย ทำไมเราไม่ได้ดูแลท่านอย่างนี้ ที่ผ่านมาก็คิดว่าพอดีแล้ว แต่มาอยู่ที่นี่ก็รู้ได้เลยว่าเราดูแลพ่อแม่ได้แย่มาก เพราะท่านเปรียบเหมือนพระอรหันต์ของเรา กลับไปผมรู้แล้วว่าจะต้องดูแลพ่อแม่อย่างไรให้สมกับที่ท่านเป็นพระอรหันต์ของลูก
           การเดินตามหลวงพ่อบิณฑบาต เดินไปก็ดูพื้นไปก็คิดได้ว่าพื้นที่เราเหยียบย่ำทุกวันนี้ก็มีหลายแบบ ทรายบ้าง ก้อนกรวดบ้าง หินบ้าง ลาดยางบ้าง ก็เหมือนกับคนที่เราต้องเจอ บางคนก็อ่อนโยนเหมือนทราย กระทบยังไงก็ไม่เจ็บ บางคนก็แข็งกระด้างบ้างเหมือนก้อนกรวด หิน โดนกระทบก็เจ็บ พื้นมีหลายแบบ คนก็มีหลายแบบจะดีอย่างที่เราต้องการทุกคนคงจะเป็นไปไม่ได้เราคงต้องยอมรับว่ามันก็เป็นเช่นนี้เอง หลวงพ่อก็เปรียบเทียบกับชีวิตคนเราบางช่วงก็ราบรื่น บางช่วงก็ต้องทนปะปนกันไปเช่นเดียวกัน
            การถูพื้นเช่นเดียวกัน ปกติอยู่บ้านถูอย่างมากก็เดือนละ 2 ครั้ง แต่มาอยู่ที่นี่ก็ถูมันทุกวันเพราะเราคิดได้แล้วว่าพื้นนี่มีบุญคุณกับเรา ให้เราได้นั่งสมาธิ ได้นั่งทำวัตรเย็น ได้นั่งกินข้าว เราถูพื้นนี่ก็ได้ตอบแทนคุณของมันเหมือนกัน ถ้าไม่ได้ทำก็เหมือนได้ปฏิบัติไม่สุด
มาที่นี่ไม่ใช่ว่าเจอแต่เรื่องดี ๆ เรื่องที่ไม่ดีสำหรับเราก็มี ขนาดอยู่วัดยังมีเรื่องให้ไม่สบายใจมาอีก วันแรกก็ไม่ชอบไอ้นั่น อีกสองวันต่อมาก็มาคิดถึงบ้าน คิดถึงแฟน บางวันก็มีอาการขี้เกียจบ้าง ก็อาศัยหนังสือประวัติหลวงปู่มั่นที่หลวงตาบัวเขียนไว้อ่านเป็นกำลังใจทำให้ฮึดสู้ผ่านมาได้ไอ้กิเลสที่มาแบบไม่ซ้ำหน้าพวกนั้น นอกจากนี้ยังมีหลวงตา พี่จุ๋ม คุณยาย ลุงพงศ์ พี่ใจ น้องม้งอีก ที่คอยเป็นกำลังใจให้อีก ขอบคุณมาก ๆ ครับ ผมเชื่อว่าที่นี่เป็นองค์ประกอบในมงคล 38 ประการหลายข้อแน่นอน  ดีใจที่ได้มาเรียนรู้อะไรอีกมากที่นี่ ทำให้ผมรู้ว่าผมก็แค่กบตัวนึงที่ถูกกะลาครอบอยู่ ขอบคุณหลวงพ่อ คุณยาย พี่จุ๋มมาก ๆ ครับ ที่ทำให้เกิดสถานที่ดี ๆ อย่างนี้ครับให้ประชาชนได้มาเรียนรู้ตนเองต่อไป... ”
                                                                                                                                                                                                                                                                                 

สิ่งที่ไม่เคยทำ...ก็ได้ทำ...แล้วก็รู้สึกภูมิใจ...ว่าเราก็ทำได้.... "ประสบการณ์แรกกับการขูดมะพร้าวครับ"

 

นายแพทย์วิทยา    พิเชฐวีรชัย

ศูนย์อนามัยที่ 9 พิษณุโลก