ดร.พรสวรรค์   อมรศักดิ์ชัย (อ้อม) อายุ 35 ปี การศึกษา : ปริญญาเอก Ph. D. Chemistry ,University of Durham,UK
อาชีพ : รับราชการ / อาจารย์ ภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร

 .    คุณนับว่าเป็นคนรุ่นใหม่คือ มีความรู้ความสามารถ มีการศึกษาตลอดจนหน้าที่การงานดี...แล้วคุณคิดอย่างไร
ถึงได้มาปฏิบัติธรรมอยู่ในวัดที่อยู่ป่าอยู่ดง  โดยปราศจากเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ แม้กระทั่งไฟฟ้าอย่างนี้ ?

          
"...จริงอยู่ที่วัดป่าน้ำโจน ไม่มีเครื่องอำนวยความสะดวกใด ๆ เลย แต่การเลือกที่จะมา
ปฏิบัติธรรมที่วัดนี้...    ดิฉันตัดสินใจเลือกด้วยความศรัทธาที่ตั้งใจจะมาเจริญภาวนา
ไม่ได้ยึดติดกับสิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ 
      แม้ว่าจะเป็นวัดป่า
     แต่ก็ไม่ได้อยู่ไกล
มากนัก  หนทางสะดวกสบาย  สถานที่ปฏิบัติธรรม  เงียบ   สงบ   ซึ่งจะทำให้เรารู้จัก
ตัวเราเองได้ง่ายขึ้น...  นอกจากนี้ในการมาครั้งนี้ได้มาคนเดียว  แม้จะต้องนอนในกุฏิ
กลางป่าเพียงคนเดียว    ก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดไว้เลย  สามารถนอนหลับเต็มอิ่ม.....
และท้องอิ่มด้วย(แม้จะทานข้าวเพียงมื้อเดียวเท่านั้น)
..."

 

  .   เข้าวัดปฏิบัติธรรมอย่างนี้ไม่กลัวคนเขาว่า “ล้าหลังคร่ำครึ ตกกระแส หรือว่าเป็นคนมีปัญหา” หรือ  ?

"...คำถามนี้เป็นคำถามที่ตัวดิฉันเอง เคยสงสัยว่าคนที่เขาไปปฏิบัติธรรมนั้น เป็นคนมีปัญหาสารพัดจะหันหน้าเข้าวัด...ซึ่งเมื่อได้เจอกับตัวเอง ก็คิดว่าไม่จริงเลย เพราะดิฉันเข้าวัดปฏิบัติธรรม เพื่อให้จิตเกิดความสงบ จะได้มีสติในการกระทำใด ๆ ก็ตาม และรู้เหตุของปัญหาที่เกิดขึ้น หลายคนรู้จักธรรมะว่าคืออะไร (ดิฉันก็คนหนึ่ง) แต่ปฏิบัติไม่ได้ จึงเกิดความอยากรู้ ว่าต้องทำอย่างไร หรือ พูดง่าย ๆ ก็คือ อยากเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าธรรมะคืออะไร...เมื่อได้สนทนาธรรมกับพระอาจารย์ ก็ทำให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น รู้หลักในการปฏิบัติ...เมื่อมาฝึกปฏิบัติที่วัดแล้ว จะได้นำไปปฏิบัติต่อที่บ้าน..."
 
.    แล้วคุณคิดว่าคุณได้อะไรบ้างกับการมาปฏิบัติธรรมอย่างนี้น่ะ?
"...ด้วยระยะเวลา 3 วัน กับ 2 คืน ที่ดูเหมือนจะน้อย น่าจะไม่ได้อะไรมาก แต่ตรงกันข้าม สิ่งที่ดิฉันได้ ในความคิดของดิฉันนั้นได้พอควร คือได้รู้ว่า การเจริญภาวนา พุทโธ พุทโธ (ทั้งนั่งสมาธิ และเดินจงกรม) นั้นทำได้ยากมาก ต้องอาศัยการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เพราะตลอดเวลาที่ภาวนา หากเราไม่จดจ่ออยู่ที่พุทโธ แล้วจิตใจของเราจะนึกถึงเรื่องอื่นตลอดเวลา ทำให้เข้าใจได้ว่า...อย่างนี้เองที่เรียกว่าให้รู้จักตัวเอง แค่ทำง่าย ๆ ด้วยการท่องพุทโธ เรายังทำไม่ได้เลย (คือการบังคับตัวเราเอง)แล้วอย่างนี้การบอกคนอื่นให้ทำอะไรก็เป็นเรื่องที่ยากกว่า... นอกจากนี้ยังได้รู้จักการอยู่ร่วมกับผู้อื่น และทำงานร่วมกันเป็นหมู่คณะ จึงนับได้ว่าการปฏิบัติธรรมครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ควรไปต่อยอดด้วยการฝึกเอาที่บ้าน หรือที่ทำงาน..."